Categories
รีวิวหนัง

คนระห่ำภารกิจเดือด หนัง Netflix ถ่ายในไทย

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังบู๊ ดูแล้วปัง หนังฝรั่ง ถ่ายทำในเมืองไทย มันเร้าใจใน Netflix

ภาพยนตร์แนวหนังบู๊ ดูแล้วปังเรื่อง “คนระห่ำภารกิจเดือด”(Extraction) ได้ชื่อว่าเป็นหนังสุดฮิตที่ฉายทางช่อง Netflix ที่มาแรงที่สุดในปี 2563 เพราะมียอดผู้ชมถึง 99 ล้านครัวเรือนกันเลยทีเดียว 

หนังแนวบู๊ Action เรื่องถือเป็นหนังที่ทำให้ความน่าเบื่อในช่วงวิกฤตเชื้อโควิด-19 ระบาดหนักที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน แต่เมื่อได้เข้าไปชมหนังเรื่องนี้ทางช่อง Netflix จากความน่าเบื่อหน่ายกลับกลายเป็นความมันแบบยิงกันสนั่น มันได้ในทุกฉาก จนไม่อยากจะละสายตาออกจากหน้าจอไปไหนกันเลย

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังถ่ายเมืองไทยขวัญใจคนทั่วโลก

ภาพยนตร์แนวบู๊ Action เรื่อง“คนระห่ำภารกิจเดือด” เป็นผลงานกำกับของ แซม ฮาร์เกรฟ (Sam Hargrave) อดีตสตันท์แมนตัวพ่อของวงการหนัง Hollywood รวมทั้งทีมงานคุณภาพที่เคยฝากผลงานจาก Avenger End Game นอกเหนือจากนี้ยังได้ “บิ๊กคริส” คริส เฮมส์เวิร์ท (Chris Hemsworth) พระเอกดังจากบทบาทของ Thor เทพเจ้าสายฟ้าอย่าง มารับบทนำของเรื่องนี้ ทำให้กลายเป็นหนังยอดฮิตในช่อง Netflix 

แต่สำหรับแฟนหนังคนไทยนั้น หนังเรื่องนี้ได้ยกกองมาถ่ายทำในประเทศไทยของเรา ทำให้ตัวหนังมีความน่าสนใจทวีคูณมากยิ่งขึ้นไปอีก 

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังถ่ายเมืองไทยใครไม่ดูถือว่าพลาด

สำหรับหนังเรื่อง“คนระห่ำภารกิจเดือด” ซึ่งเป็นประเภทหนังต่อสู้ มีฉากบู๊กันแบบสุดติ่งในเรื่องนี้ มีการถ่ายทำในประเทศไทยของเรา โดยได้ถ่ายทำหนังเรื่องนี้แทนประเทศบังคลาเทศซึ่งไม่สามารถเข้าไปถ่ายทำหนังเรื่องนี้ได้เนื่องจากนโยบายของประเทศ แต่เมื่อได้ชมหนังเรื่องนี้แล้วหากไม่ใช่เป็นคนไทยที่เกิดในประเทศไทย คงจะดูไม่ออกเลย เพราะผู้กำกับและทีมงานได้เก็บรายะเอียดในทุกฉากได้อย่างสมจริงสมจัง สมกับที่เป็นระดับมืออาชีพ ทำให้ฉากของหนังเรื่องนี้ดูเนียนตา แทบจะแยกไม่ออกเลยว่า ตกลงนี่เป็นเมืองไทยหรือบังคลาเทศกันแน่ 

ความพิเศษของหนังเรื่องนี้สำหรับคอหนังที่เป็นคนไทยก็คือ เมื่อชมหนังเรื่องนี้แล้ว ก็อยากจะติดตามไปชมสถานที่จริงว่าฉากนี้มันอยู่ตรงไหนในเมืองไทยของเรา อยากจะไปตามแกะรอยตามเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้กันเลย

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังบทน้อย แต่เตะต่อยกันมันทุกฉาก

สำหรับเรื่องราวของ“คนระห่ำภารกิจเดือด” ที่อยากจะรีวิวหนังให้ได้อ่านกันก่อนที่จะไปติดตามชมกันในช่อง Netflix

เรื่องย่อพอสังเขปของหนังเรื่อง เป็นเรื่องราวของ “ไทเลอร์ เรค” (คริส เฮมส์เวิร์ท) ผู้เป็นทหารรับจ้างที่มีอดีตอันน่าเจ็บปวดที่เกิดกับครอบครัวของตน นั่นคือการที่สูญเสียลูกชายไปจากโรคร้าย ทำให้โรคร้าย ทำให้เขาเลือกใช้ชีวิตแบบไร้อนาคต และอยู่ไปวัน ๆ จนกระทั่งได้มาทำภารกิจที่ได้ปลุกความระห่ำขึ้นมาอีกในจิตใจของเขาด้วยการช่วยปกป้อง “โอวี่” ลูกชายของเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของประเทศอินเดียที่มีถูกปองร้ายจากศัตรูที่อยู่ภายในประเทศบังคลาเทศ จนเป็นเหตุให้ไทเลอร์ เรค ต้องโชว์ฝีมือการต่อสู้ บู๊ล้างผลาญใส่ศัตรูที่อยู่รอบ ๆตัว เพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ต้องไปติดตามชมกันในหนังกันเอาเองว่าทำได้สำเร็จหรือไม่ ตรงนี้ไม่อยากจะสปอย แต่ต้องคอยติดตามชมกัน

เรื่องราวของหนังอาจจะบทน้อย ไม่ค่อยดราม่าหรือเนื้อหาแบบแน่นๆมากนัก แต่เรื่องเตะต่อยต่อสู้กันแล้ว มันโคตรๆ ขอบอกกันตามตรง สมกับความระห่ำ ที่มีทั้งความโหด มัน แค่ไม่ฮา เพราะเป็นหนังที่สู้รบกันได้สนุกทุกฉาก สมกับเป็นหนังเลือดสาดกันท่วมจอ แต่ก็ไม่ได้น่ากลัว กลับน่าชมสมกับการที่ได้ “บิ๊กคริส” มาเล่นบทนำเรื่องนี้ ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกเรื่อง นอกจากความเป็นเทพเจ้าสายฟ้าที่เราคุ้นตากัน 

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังโปรดักชั่นสุดมันยิงสนั่นจอ

ใครที่ชอบหนังบู๊ Action ที่ทุ่มทุนสร้าง หนังเรื่องนี้ถือว่าได้ สำหรับการสร้างฉากที่ดูอลังการ สมจริง สมจัง เป็นหนังฟอร์มยักษ์ อีกเรื่องหนึ่งที่น่าชมในช่อง Netflix เลยทีเดียว เพราะเป็นหนังโปรดักชั่นแบบสุดมันยิงสนั่นจอ ยิ่งใครได้ชมไปพร้อมกับโทรทัศน์ที่มีเครื่องเสียงแบบ Home Theater รับรองเร้าใจ ได้อารม์มาก เพราะหนังบู๊ Action ที่มีการยิงกันแบบสนั่นจอ เสียงปืนต้องมีความเร้าใจ หากเสียงปืนเร้าใจแล้ว ตัวของหนังก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว หนังเรื่องนี้ถือว่าสอบผ่านแบบเต็มสิบไม่หัก สำหรับโปรดักชั่นแบบจัดเต็มที่คอหนังบู๊ Action ต้องโดนใจ เมื่อได้รับชม

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังฮิตแห่งNetflix น่าติดตาม

เชื่อว่าใครที่ได้ชมหนังเรื่องนี้ คงจะคลายสงสัยเลยว่าทำไมหนังเรื่องนี้ ถึงเป็น หนัง Netflix ที่ฮิตไปทั่วโลก เพราะมีจุดเด่นในเรื่องการทำ effect ให้มีความเร้าใจ สมกับเป็นหนังบู๊ Action โดยเฉพาะศิลปะการต่อสู้ด้วยมือในการชกต่อย หรือการใช้อาวุธเข้าต่อสู้กัน ดูระห่ำแบบไม่มีละเหี่ยใจแบบหนังบางเรื่องที่ทุนน้อย ต่อยกันพอหอมปากหอมคอ แต่เรื่องนี้จัดเต็ม อีกสิ่งที่เป็นจุดเด่นคือ ความเท่ของบิ๊กคริสที่เป็นตัวแบกของหนัง เพราะมีความหล่อเหลาและเท่ห์ในทุกฉาก เรียกว่าหากไม่ได้ บิ๊กคริส เล่นบทนำ เชื่อว่าหนังคงจะลดความน่าสนใจลงไปกว่าครึ่งทีเดียว

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังสุดมันส์ การันตีดูแล้วไม่ผิดหวัง 

โดยบทสรุปของหนังเรื่องนี้ ถือเป็นหนังสุดมันส์ที่คอหนังบู๊ไม่ควรพลาดชม ไม่แปลกใจเลยที่จะมีภาค 2 ตามมา เพราะกระแสตอบรับของหนังเรื่องนี้แรงจริง สมกับการรอคอยของคอหนังไทยที่นานทีจะได้ชมหนังระดับโลกที่มาถ่ายทำกันถึงเมืองไทยของเรา คงจะภาคภูมิใจไม่น้อย สำหรับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของประเทศไทยเรา ที่ยังคงดึงดูดให้เหล่าผู้กำกับระดับโลกเลือกมาถ่ายทำให้เมืองไทย เชื่อว่าเมื่อผ่านช่วงวิกฤตเชื้อโควิด-19ไปได้ ประเทศไทยของเราจะได้รับโอกาสอีกครั้ง ในการมีหนังดีๆเข้ามาถ่ายทำกัน สำหรับหนังเรื่องนี้ ขอการันตีว่ามันและไม่ควรจะพลาดชมเป็นอย่างยิ่ง

Categories
รีวิวหนัง

“ร่างทรง” หนังไทยดังไกลในต่างแดน

หนังดีฝีมือคนไทย ในคุณภาพระดับหนังเอเชีย

ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ร่างทรง” (The Medium) ได้ชื่อว่าเป็นหนังใหม่ที่มาแรงที่สุดในปี 2564 เพราะเป็นหนังฝีมือของคนไทยที่ไปดังไกลถึงประเทศเกาหลีใต้โดยกวาดรางวัลมาอย่างมากมาย  แม้ว่าจะเพิ่งเข้าฉายในประเทศไทยได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ตั้งแต่ต้นเดือนปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สามารถกวาดรายได้ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ทำให้เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 2564 นี้ที่ทำรายได้อย่างถล่มทะลายในหลักร้อยล้าน นับจากหลังการผ่อนคลายจากวิกฤตเชื้อโควิด-19 ระบาดหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา ถือเป็นหนังดี ฝีมือคนไทยด้วยคุณภาพระดับเอเชีย 

“ร่างทรง” หนังไทยขวัญใจคนเกาหลี

ภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้เป็นหนังเขย่าขวัญที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากเป็นการจับมือกันระหว่าง GDH บริษัทสร้างภาพยนตร์ระดับคุณภาพของไทย ร่วมกับ Show box บริษัทสร้างภาพยนตร์ชื่อดังของประเทศเกาหลีใต้ เป็นผลงานการกำกับการแสดงของ “โต้ง” บรรจง ปิสัญธนะกูล และได้ นา ฮง-จิน ผู้กำกับและนักเขียนบทชื่อดังของเกาหลีใต้มาช่วยอำนวยการสร้าง 

โดยหนังไทยเรื่องนี้ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งพูช็อน ครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมาและสามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Bucheon Best Choice) ในเทศกาลนี้พร้อมทั้งยังกวาดรายได้อย่างถล่มทะลายในประเทศเกาหลีใต้ได้ถึง 248 ล้านบาท นอกจากนี้สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติได้เสนอชื่อภาพยนตร์เรื่อง“ร่างทรง”ให้เป็นตัวแทนของหนังไทยไปชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 94 ในสาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยมอีกด้วย ทำให้หนังไทยเรื่องนี้คงจะไม่ดูไม่ได้แล้ว

หนังไทย “ร่างทรง” คงไม่ดูไม่ได้แล้ว

ภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้เป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริง เป็นเรื่องราวความเชื่อของคนในภาคอีสานครอบครัวหนึ่งที่มีการสืบทอดเชื้อร่างทรงของ “เทพบาหยัน”ซึ่งจะเลือกผู้หญิงในครอบครัวเพื่อสืบทอดทายาทต่อไป โดยเรื่องนี้ได้ “ญดา”นริลญา กุลมงคลเพชร และ“เอี้ยง”สวนีย์ อุทุมมา มารับบทนำในการถ่ายทอดเรื่องราวนี้ทางจอภาพยนตร์ ถ่ายทอดได้อย่างสมบทบาท ชมแล้วถือว่าเล่นได้อย่างสมจริงสมจัง ปังมาก

“ร่างทรง” หนังสารคดีระทึกขวัญชวนให้ติดตาม

สำหรับเนื้อเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ “นิ่ม” (สวนีย์ อุทุมมา) เธอเป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็นร่างทรงของ “เทพบาหยัน” แต่คนในท้องถิ่นจะเรียกว่า “ย่าบาหยัน” ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำท้องถิ่นในจังหวัดเลย ซึ่งเรื่องเกิดเมื่อมีการสืบต่อทายาทในการทำหน้าที่ของเธอ โดยผู้ที่ถูกเลือกก็ไม่ใช่ใครแต่เป็น “มิ้งค์” (นริลญา กุลมงคลเพชร) ผู้เป็นบุตรสาวของพี่สาวของนิ่ม แต่มีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นกับ “มิ้งค์” โดยตลอด ทำให้ผู้คนท้องถิ่นพากันสงสัยว่าสิ่งที่มาเข้าร่างของ“มิ้งค์” ที่แท้เป็นใครและมีเป้าหมายอะไร ทำให้เกิดเรื่องราวระทึกขวัญแต่ชวนให้ติดตามในทุกฉาก และเดาไม่ได้เลยว่าเรื่องราวจะจบอย่างไร แต่บอกได้เลยว่าเป็นหนังที่ควรดู ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดและมีความสนใจในทุกฉาก

สำหรับภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้เป็นการถ่ายทำแบบหนังสารคดีที่มีเนื้อหาน่าสนใจ อัดด้วยสาระและยังมีการถ่ายทำด้วยมุมกล้องสวยๆ แบบสไตล์เกาหลีผสมผสานวัฒนธรรมไทยได้อย่างลงตัว 

“ร่างทรง” หนังสารคดีที่สมจริงและสมบูรณ์ด้วยการถ่ายทำ

หนังไทยเรื่องนี้เมื่อได้ชมหนังเรื่องนี้แล้วก็อยากจะมารีวิวหนังให้ได้อ่านกันแต่ไม่ขอสปอย ต้องคอยติดตามชมกันเองกันเอง แล้วจะตัดสินใจได้ว่าหนังเป็นอย่างไร เพราะแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ขอบอกว่าชมเรื่องนี้แล้วจะชอบ เพราะเรื่องนี้ตอบโจทย์ในเรื่องความสมจริงสมจังในการถ่ายทำ รวมถึงภาพจากมุมกล้องแนวสารคดี ที่มีการสัมภาษณ์บุคคลในท้องถิ่นถือว่ามีสาระ ได้รับความรู้และข้อคิดจากการติดตามชม 

ถือว่าเรื่องนี้สอบผ่านในด้านเนื้อหา ซึ่งผู้กำกับโต้ง” บรรจง และ นา ฮง-จิน ถ่ายทอดได้อย่างดี ใครที่เคยติดตามหนังของผู้กำกับบรรจงคงจะประทับใจมาแล้วจากเรื่อง “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ”ที่เป็นหนังระทึกขวัญเช่นกัน นอกจากนี้ยังใส่ความน่าสนใจทำให้หนังดังเหมือนกับเรื่อง “พี่มากพระโขนง” แม้ว่าการกำกับหนังเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นแนวสายฮาก็ตาม

“ร่างทรง” หนังถ่ายทอดด้วย Footage ได้อารมณ์และสมจริง

สำหรับหนังไทยเรื่องนี้เป็นหนังที่ใช้การถ่ายทอดด้วยภาพFootage ที่มีมุมกล่องสวยและไม่ขัดอารมณ์ในการตัดภาพไปมาเพื่อจะนำเสนอเรื่องราวแบบสารคดี ถือเป็นงานคุณภาพที่ได้ นา ฮง-จิน มาช่วยอำนวยการสร้าง ถือเป็นงานระดับคุณภาพเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นหนังเรื่องนี้อาจจะมีการดำเนินเรื่องสลับไปมาจากหลายตัวละคร แต่ก็ไม่ทำให้หลุดไปจากเนื้อเรื่องของหนัง ดูแล้วไม่งงหรือทำให้เสียอารณ์ในความไม่สมจริงของตัวละคร ถือผ่านเรื่องนี้สอบผ่านแบบสบายๆ สำหรับสายหนังเวทมนตร์หรือคอหนังระทึกขวัญ ที่ต้องชวนให้ไปดูกันเลย

“ร่างทรง” หนังไทยแห่งปีที่ไม่ควรพลาด

ภาพรวมของหนังไทยเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังดีและเป็นหนังแห่งปีที่ควรจะไปดูเพราะเป็นหนังสารคดีที่มีสาระและให้ความสนุกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ใครหลายคนคิดและจิตนาการไปก่อนที่จะรับชม แน่นอนว่าอาจจะมีฉากน่ากลัวจนขนหัวลุกแต่ก็มีความสนุกอย่างครบรส สมกับมีรางวัลการันตีมาแล้วจากประเทศเกาหลีใต้

“ร่างทรง” หนังไทย “มงลง” สมกับรับรางวัลจากเกาหลี

  สำหรับบทสรุปจาการรีวิวหนังไทยเรื่องนี้ ต้องขอบอกได้เลยว่า เรื่องนี้ “มงลง”สมกับได้รับมงกุฎให้เป็นตัวแทนของหนังไทยให้ไปชิงรางวัลออสการ์กับเขาในครั้งนี้ แม้ว่าหลายคนอาจจะไม่ชอบหนังแนวนี้ และกลัวว่าจะขวัญผวาจนนอนไม่หลับ เมื่อไปรับชม แต่ขอบอกไว้เลยว่า ใครไม่ได้ไปดูถือว่าพลาด เพราะนานทีมีหนังไทยคุณภาพดีมีให้ชมในโรงหนังก็น่าจะไปสนับสนุนหนังไทยกันในดังไปในระดับโลก ใครที่ยังตัดสินใจว่าจะไปชมกันดีไหม ก็รออะไรไปชมกันเลย รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

Categories
รีวิวการ์ตูน รีวิวหนัง

การ์ตูน“ลูก้า”(Luca) มิตรภาพไร้ความจำกัด

ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น เรื่อง“ลูก้า”(Luca) เป็นผลงานการผลิตของ พิกซาร์ สตูดิโอ ภายใต้การดูแลของบริษัทวอลต์ ดิสนีย์ กำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทยช่วงเดือนมิถุนายน 2021 แต่ไม่มีโอกาสได้ฉายทางจอใหญ่ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 เลยต้องมาฉายทางช่องสตรีมมิ่งออนไลน์ทางดิสนีย์พลัสและทาง Netflix ซึ่งการ์ตูนเรื่อง“ลูก้า” เป็นผลงานของ เอ็นริโก้ คาซาโรซา ผู้กำกับชาวอิตาเลี่ยนที่นำนิทานท้องถิ่นเกี่ยวกับเรื่องอสูรทะเลที่มีลักษณะคล้ายกับเงือกที่อาศัยในทะเลของเมืองปอสโต รอสโซ ประเทศอิตาลีที่เล่ากันต่อ ๆ มา นำมาดัดแปลงเนื้อหาและถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น โดยการ์ตูนเรื่องนี้ได้ เจคอบ เทรมเบลย์, แจ็ค ดีแลน เกรเซอร์ และเอ็มมา เบอร์แมน มาช่วยให้เสียงพากษ์ของ 3 ตัวละครหลักของเรื่องคือ ลูก้า,อัลเบอร์โต้และจูเลีย ทำให้ได้อรรถรสในการชมเป็นอย่างยิ่ง จึงเป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่น่าติดตามชมและอยากจะนำมารีวิวให้ได้อ่านกัน

รีวิวการ์ตูนดิสนีย์  เรื่อง“ลูก้า”เงือกน้อยผจญภัยสไตล์อิตาลี

ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น เรื่อง“ลูก้า”(Luca) เป็นเรื่องราวแฟนตาซีของอสูรทะเลคล้ายเงือกชื่อ”ลูก้า”ที่เบื่อหน่ายความจำเจในทะเลลึก จึงออกมาหาประสบการณ์ใหม่บนโลกมนุษย์ ที่เมืองเมืองปอสโต รอสโซ และได้พบกับอัลเบอร์โต้ เพื่อนอสูรทะเลด้วยกันและจูเลีย ลูกสาวชาวประมง ทำให้เกิดเรื่องราวการผจญภัยและร่วมแข่งขันรถเพื่อชิงรางวัลใหญ่ประจำปี เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามชมกัน แต่บอกได้เลยว่าสนุกมันฮากันแทบทุกฉาก ถือเป็น การ์ตูนดิสนีย์ อีกเรื่องหนึ่งที่ฉีกแนวนำเสนอความหลากหลายทางเพศแบบ LGBTQ ที่สะท้อนมิตรภาพที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ขึ้นอยู่เพศ วัยหรืออสูรทะเลสายพันธุ์ใด ดูแล้วได้กลิ่นไอของหนังแนวซีรีส์วายในแบบสไตล์อิตาลี แต่ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่ได้มีพิษภัยอะไร นอกจากนี้ยังมีความสนุกน่ารักตามแบบของการ์ตูนดิสนีย์ ซึ่งสามารถหาชมได้ทางช่องอนิเมชั่น Netflix ที่ชมแล้วสนุกแบบมีสาระในการนำเสนอวัฒนธรรมของชาวอิตาเลี่ยนที่น่าหลงใหลเต็มไปด้วยสเสน่ห์ที่น่าติดตามชม นอกจากนี้เพลงประกอบของการ์ตูนดิสนีย์ เรื่องนี้ยังมีความไพเราะและน่าประทับใจทั้งในภาษาอิตาเลียนและอังกฤษ ฟังแล้วดีต่อใจอยากจะทราบความหมายเป็นภาษาไทยกันเลย

การ์ตูนดิสนีย์  เรื่อง“ลูก้า”เงือกน้อยผจญภัยดูได้สนุก ทุกครอบครัว

ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น เรื่อง“ลูก้า”(Luca) ถือเป็นอนิเมชั่น Netflix อีกเรื่องหนึ่งที่ขอแนะนำให้ไปติดตามชมกันแล้วจะไม่ผิดหวัง ใครที่เป็นแฟนการ์ตูนดิสนีย์ ไม่ควรที่จะพลาดชม เพราะการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่องนี้ เป็นหนังที่ดีต่อใจหากได้รับชมกัน เนื่องจากดูสนุกและได้ข้อคิดทำให้เราได้การเรียนรู้ที่จะยอมรับในความแตกต่าง และมุ่งไปทำตามความฝันโดยปราศจากข้อจำกัดที่อย่านำมาเป็นข้ออ้าง รวมทั้งมิตรภาพเป็นสิ่งที่งดงามสำหรับทุกเพศทุกวัยและทุกสรรพสิ่งที่จะต้องรักษาไว้ ใครที่ยังไม่ได้ชม ขอแนะนำเลยว่า ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น เรื่อง“ลูก้า”(Luca) มีคุณค่าที่คุณควรจะได้รับชมกัน

เครดิตภาพ : https://hbomaxfree.com 

https://today.line.me/th/v2/article/ZDJ6Bg

https://www.vogue.co.th/

Categories
รีวิวการ์ตูน รีวิวหนัง

หนัง โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2 สนุกล้นจอน้ำตาคลอล้นใจ

ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2(Stand by me) เป็นหนังภาคต่อจากตอนแรกที่ฉายไปเมื่อปี 2557 เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของ หนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น เรื่องโดราเอมอน ซี่งเขียนและวาดโดยฟูจิโกะ ฟูจิโอะ และได้นำมาสร้างเป็นหนังการตูนอนิเมชั่น จากการเขียนบทภาพยนตร์และกำกับโดย ทะกะชิ ยะมะซะกิ หนังการตูนอนิเมชั่นเรื่อง โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2(Stand by me) ได้นำมาฉายที่ประเทศญี่ปุ่น ช่วงปลายปี 2563 และเอ็ม พิคเจอร์ได้นำเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ไทยเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 ที่ผ่าน ใครที่ชื่นชอบเรื่องราวของเจ้าแมวหุ่นยนต์จากโลกอนาคตคือ โดราเอมอน กับ โนบิตะ คงจะไม่พลาดชม หนังการตูนอนิเมชั่นเรื่องนี้เพราะถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าจะไม่ได้ชมในภาคแรก แต่ก็สามารถชมได้ เพราะมีการย้อนกลับนำเรื่องในภาคแรกมาดำเนินเรื่องในภาคใหม่ แต่ถ้าจะให้ดีควรจะกลับชมภาคแรกก่อนก็จะเพิ่มอรรถรสในการชมมากยิ่งขึ้น

หนัง โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2 น้ำตาแห่งความสุขไหลริน

 เรื่องราวของภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2(Stand by me) เกิดขึ้นจากการที่โนบิตะได้เห็นตุ๊กตาที่เคยเล่นในสมัยเด็กที่คุณย่าทำให้และนึกถึงคุณย่าที่ได้ตายจากไปแล้ว ทำให้โดราเอมอนได้พาโนบิตะนั่งเครื่องย้อนเวลากลับไป พบกันคุณย่าและต้องการจะพาคุณย่าไปสู่อนาคตเพื่อเข้าร่วมงานแต่งงานของโนบิตะกับเจ้าสาวคือ ชิซูกะ แต่ในช่วงการเดินทางนั้นได้ไปพบกับโนบิตะที่อยู่ในอนาคตที่แอบหนีจากงานแต่งงานออกมา เพราะเกิดการประหม่าไม่อยากที่จะแต่งงาน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามชมกัน แต่ขอบอกได้เลยว่ามีความสนุกสนาน ดีต่อใจ ทำให้น้ำตาแห่งความสุขไหลรินโดยเฉพาะฉากที่ได้กลับไปหาคนที่รักอย่างคุณย่า และไม่มีอะไรจะดีเท่ากับการทำสิ่งดีในคนที่เรารักก่อนจะสายไปนั่นเอง เรื่องราวของ โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2 ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าประทับใจในบทและเพลงประกอบที่ดีต่อใจ ดูทีไรต้องน้ำตาไหลด้วยความสุข 

หนัง โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2 ดูสนุก สุขได้ทุกครอบครัว

โดยสรุปแล้ว โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2(Stand by me) เป็นภาพยนตร์ที่การดำเนินเรื่องดีเลิศ บทดี ภาพสวย ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวการ์ตูนผ่านจอออกมาได้แบบดีสุดๆ ประทับใจเพลงประกอบหนังที่ถ่ายทอดได้อย่างซาบซึ้งตรึงใจแบบอธิบายไม่ถูก ต้องไปชมกันเอาเอง ถึงจะเข้าใจ หนังเรื่อง โดราเอมอน เพื่อนกันตลอดไป 2 เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูยิ่งดี มีความสุขได้ทุกครอบครัว สมกับการรอคอยมานานกว่า 6 ปีจากภาคแรกมาจนถึงภาคนี้ เป็นหนังที่ดูรอบเดียวคงไม่พอต้องขอดูซ้ำต่ออีกหลายรอบอย่างแน่นอน รับประกันความสนุกให้เลย 

เครดิตภาพ: https://www.majorcineplex.com/movie/stand-by-me-2

Categories
รีวิวการ์ตูน รีวิวหนัง

รีวิวหนังการ์ตูน รายากับมังกรตัวสุดท้าย วีรสตรีแห่งอาเซียน

รีวิวหนังการ์ตูน รายากับมังกรตัวสุดท้าย วีรสตรีแห่งอาเซียน

เมื่อต้นปี 2021 ที่ผ่านมา ถือเป็นการสิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนๆของ วอลท์ ดิสนีย์ บริษัทภาพยนตร์การ์ตูนชื่อดังของโลกที่ได้ออกผลงานสุดอลังการงานสร้างเรื่อง “รายากับมังกรตัวสุดท้าย”( Raya and The Last Dragon) โดยเรื่องนี้ถือเป็นการเอาใจคนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ “อาเซียน” ที่มีจำนวน 11 ประเทศ และมีประชากรมากกว่า 673 ล้านคน ซึ่งวอลท์ ดิสนีย์ ได้เปิดตัวเจ้าหญิงดีสนีย์คนใหม่ นั่นคือ “รายา” ที่เป็น “วีรสตรีแห่งอาเซียน” ที่ได้เสียสละตนเองและยอมเสี่ยงภัยเพื่อช่วยปกป้องบ้านเมืองเอาไว้ โดย วอลท์ ดิสนีย์ เคยประสบความสำเร็จมาแล้วจากการสร้างภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “มู่หลาน”ในปี 1998 โดยเป็นวีรสตรีของประเทศจีนที่ช่วยกู้ประเทศจีนให้พ้นจากศัตรู แต่ในเรื่อง “รายากับมังกรตัวสุดท้าย” เป็นการ์ตูนดิสนีย์แนวผจญภัยได้ถ่ายทอดวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของคนอาเซียนได้อย่างดีมาก ดูแล้วให้ความรู้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง

ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น เรื่อง “รายากับมังกรตัวสุดท้าย” เป็นผลงานการกำกับของคาร์ลอส โลเปซ เอสตราดา และ ดอน ฮอลล์ โดยมี เคลลี มารี ทราน นักแสดงลูกครึ่งอเมริกัน-เวียดนาม มาให้เสียงพากย์เป็น “รายา” ส่วนเสียงพากย์ไทยให้เสียงโดย ญาญ่า อุรัสยา  นางเอกสาวสวยของไทย ทำให้เกิดความสนุกสนานและความน่ารักสดใส ได้ใจแฟนๆไปตามๆกัน

รายากับมังกรตัวสุดท้าย การผจญภัยที่น่าติดตามดูแล้วต้องติดใจ

เรื่องย่อของภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น เรื่อง “รายากับมังกรตัวสุดท้าย” เป็นเรื่องราวของผู้คนในแถบอาเซียนได้อยู่ร่วมกับมังกรอย่างสงบสุข เนื่องจากมังกรช่วยปกป้องผู้คนให้พ้นจากอสูรร้าย “ดรูน” ที่มันจะสาปให้คนกลายเป็นหิน และเมื่อมังกรได้ตายจากไปทำให้กลายเป็นแก้วมณีแยกส่วนต่าง ๆ ทำให้เจ้าหญิง “รายา” แห่งเผ่าของหัวใจต้องออกไปตามหา ”ซีซู” มังกรตัวสุดท้ายในตำนาน เพื่อที่จะกอบกู้เมืองและปราบปีศาจดรูนให้สำเร็จ แต่ต้องมาเจอการขัดขวางของ “นามารี” เจ้าหญิงแห่งเผ่าเขี้ยว และภารกิจของรายาจะสำเร็จหรือไม่ต้องไปติดตามชมกัน รับรองว่าไม่ผิดหวัง ดูเพลินตั้งแต่ต้นจนจบได้ครบทุกรสชาติ ทั้งตื่นเต้นในการผจญภัย ความสนุกสนานน่ารักและมีดราม่าให้น้ำตาคลอกันด้วย

รายากับมังกรตัวสุดท้าย การ์ตูนดีสนีย์ ฉบับอาเซี่ยน

ภาพยนตร์การ์ตูนอนิเมชั่น เรื่อง “รายากับมังกรตัวสุดท้าย” ถือเป็นการ์ตูนดีสนีย์ ฉบับอาเซียนที่เมื่อชมแล้วเกิดความภาคภูมิใจและเป็นแรงบันดาลใจของคนอาเซียนที่มีความเก่งกาจสามารถและมีเอกลักษณ์ที่เป็นแบบเฉพาะทั้งวัฒนธรรม ภาษาและอาหารที่แตกต่าง และทางวอลท์ ดิสนีย์ได้ถ่ายทอดออกมาได้น่าชมมาก แม้ว่าเรื่องนี้เจ้าหญิงรายาจะไม่มีบทร้องเพลงให้ตราตรึงใจแบบมู่หลาน หรือ เจ้าหญิงเอลซ่า หรืออาจจะสวยงามเหมือนเจ้าหญิงคนอื่นใน การ์ตูนดีสนีย์ แต่ความน่ารักและเก่งกาจสามารถไม่เป็นรองเลย เรียกว่า “ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน” ไม่ได้สปอยเกินจริงแต่อย่างใด ใครที่ได้ชมแล้วก็อยากชมอีกหลายรอบ เพราะชอบทุกตอน จิกหมอนฟินได้ทุกฉาก ถ้าไม่อยากพลาด ต้องไปติดตามชมกันเลย

เครดิตภาพ : https://thebutlercollegian.com/2021/

https://www.wdw-magazine.com/top-five-moments-in-raya-and-the-last-dragon/

Categories
รีวิวหนัง

รีวิวหนัง Tenet เทเน็ท ภารกิจของสายลับเหนือกาลเวลา

รีวิวหนัง Tenet ภารกิจของสายลับเหนือกาลเวลา คุ้มค่าที่ได้ดู

ใครที่ติดตามชมหนังใหม่ที่เข้าในโรงภาพยนตร์ช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา คงจะต้องยกให้เรื่อง Tenet (เทเน็ท ) เป็นภาพยนตร์ที่สอบผ่าน แม้ว่าจะเจอวิกฤตการณ์การแพร่เชื้อโควิด 19 ทำให้วงการภาพยนตร์ซบเซากันไปและหนังฟอร์มยักษ์หลายเรื่องต้องเลื่อนหนีไปฉายผีถัดไป แต่อยากจะขอรีวิวหนังให้ได้ทราบกันว่า หนังแนวสายลับ เรื่อง Tenet ทำไมถึงสอบผ่าน และยังยืนหนึ่งได้ใจคอหนังได้ไม่หวั่นแม้เจออุปสรรคที่ผ่านมา Tenet เป็นหนังแนวสายลับ ที่ต้องทำภารกิจเหนือกาลเวลาตามสไตล์หนัง Sci-Fi โดยเขียนบทและกำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่เคยสร้างชื่อมาจากเรื่อง Memento และ Dunkirk หนังเรื่องนี้ได้ จอห์น เดวิด วอชิงตัน และโรเบิร์ต แพตตินสัน 2 พระเอก 2 สไตล์ต่างผิวสีที่มีเคมีเข้ากันได้ดีมาร่วมแสดงนำ ร่วมด้วยนางเอกสาวสวยเอลิซาเบธ เดบิคกี และนักแสดงสมทบเจ้าบทบาทอย่าง ดิมเปิล คาปาเดีย, ไมเคิล เคนและเคนเนธ บรานาห์  ที่เข้ามาเติมเต็มเรี่องให้สมบูรณ์แบบจนแทบจะไม่ต้องรีวิวหนังให้มากความกันเลย แค่ชวนให้ไปดูก็จะรู้ว่ามันใช่เลย คุ้มค่ามากที่ได้ชม

รีวิวหนัง Tenet  หนังสายลับ เหนือจินตนาการ สนุกได้ใจคอหนัง

เรื่องราวของหนังเรื่อง Tenet หนังแนวสายลับ  Sci-Fi ที่ขอรีวิวหนัง เรื่องนี้ให้ทราบกันมีอยู่ว่า มีสายลับนิรนามคนหนึ่งได้บังเอิญไปเข้าร่วมกับองค์กรลับสุดยอดที่กุมความลับและอุปกรณ์ที่เรียกว่า “เทเน็ท” ที่สามารถควบคุมกระแสเวลาของวัตถุให้กลับมาเป็นสภาพก่อนหน้านั้นได้ และมันจะเป็นอันตรายต่อโลกได้หากตกอยู่ในมือของคนชั่ว ทำให้สายลับนิรนามคนนี้จะต้องทำภารกิจลับเหนือกาลเวลาไปเอาสิ่งนี้กลับมาและช่วยโลกให้พ้นจากแผนการครองโลกของคนชั่วร้าย แม้ว้าในเรื่องอาจจะมีฉากที่ดูสับสนและยากต่อความเข้าใจ ตามสไตล์ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ผู้กำกับจอมจินตนาการ รวมทั้งมีความเป็นหนังบู๊ Action คล้ายกับเรื่องสายลับ 007 แต่ เทเน็ท มีสไตล์เฉพาะตัวและสนุกตื่นเต้นพลาดไม่ได้เลยในแต่ละตอน ที่สำคัญคือเดาเรื่องไม่ได้เลยว่าจะจบอย่างไร ทำให้การรีวิวหนังครั้งนี้ไม่อยากสปอยมาก ต้องไปชมกันเอง 

ใครที่ชอบหนังแบบโปรดักชั่นครบ ฉากดูสมจริงสมจังและ CG เนียนตาไม่มีสะดุด เรื่องนี้รับรองได้ว่าสุดปัง นึกออกเลยว่าทำไมหนังจึงดัง แม้จะเจอวิกฤตโควิด แถมยังมีรางวัลออสการ์ สาขาเอฟเฟกต์พิเศษยอดเยี่ยมการันตี ความดีงามที่ต้องชมเรื่องนี้ ไม่อยากจะต้องรีวิวหนังมาก แต่อยากชวนให้ไปดูกันเอง รับรองว่าไม่ผิดหวัง เป็นหนังแนวสายลับ อีกเรื่องที่เมื่อดูแล้วจะต้องประทับใจ เรียกร้องให้มีภาคต่อออกมาอีก

เครดิตภาพ : https://www.sanook.com/movie/93549/

https://workpointtoday.com/puzzle-tenet-nolan/

 https://www.sanook.com/movie/102583/

Categories
รีวิวหนัง

รีวิวหนัง Dolittle ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล แฟนตาซีผจญภัยสายฮา

ภาพยนตร์เรื่อง “Dolittle” ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล ถือเป็นหนังแนวแฟนตาซีผจญภัยที่น่าสนใจและขอนำมารีวิวหนังกันให้ทราบกันว่ามันสนุกสนานและดีต่อใจกันอย่างไร “Dolittle” ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล ที่ฉายในโรงภาพยนตร์เมื่อปี 2020 นับเป็นการนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หนที่ 3 แล้ว สำหรับนิยายเรื่อง “The Voyages of Doctor Dolittle” ซึ่งเขียนโดย ฮิว ลอฟติ่ง โดยสร้างเป็นภาพยนตร์หนแรกเมื่อปี 1968 และได้รับการเสนอให้ที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ต่อมาในปี 1998 ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อีกครั้งเป็นหนที่ 2 โดยได้ เอ็ดดี้ เมอร์ฟีย์ นักแสดงเจ้าบทบาทที่เรียกเสียงฮาและความบันเทิงกันสนั่นจอ และในปี 2020 ที่ผ่านมา “Dolittle” ได้กลับมาคืนจอหนังอีกครั้งในฉบับของ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ พระเอกที่เราคุ้นเคยกันในเรื่อง Ironman และ Sherlock Holmes กำกับการแสดงโดยสตีเฟ่น เกแกน ที่พยายามยึดรูปแบบของนิยายต้นตำรับให้มากที่สุด เพราะเล่าเรื่องย้อนกลับไปในสมัยยุคของพระราชินีวิคตอเรียของประเทศอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นหนังที่สนุกสนานและจะขอรีวิวหนังเรื่องนี้ให้ได้อ่านกันว่า Dolittle ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล หนังแฟนตาซีผจญภัยสายฮา มีความสนุกและน่าติดตามอย่างไร ใครที่ยังไม่ได้ชมต้องรีบไปติดตามชมโดยด่วน เพื่อจะไม่พลาดความบันเทิงเริงใจที่หาได้ในหนังเรื่องนี้

รีวิวหนัง Dolittle ด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ล แฟนตาซีฮาเต็มแต่เข้มข้นด้วยสาระ

 “Dolittle” เป็นเรื่องเรื่องราวของดร.จอห์น ดูลิตเติ้ล ซึ่งเป็นแพทย์ที่ชื่อเสียงแต่มีความเพี้ยนคือการชอบพูดคุยกับสัตว์ต่าง ๆ และเมื่อภรรยาของเขาเสียชีวิต ทำให้ปลีกวิเวกแยกตัวออกจากสังคม แต่ทอมมี่ เด็กฝึกงานพร้อมกับเหล่าบรรดาสัตว์ต่าง ๆอยู่เป็นเพื่อน จนเมื่อพระราชินีวิคตอเรียทรงประชวร ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยของเขาและทีมงานโดยเดินทางไปหาเกาะลับแห่งหนึ่งจากบันทึกในสมุดไดอารี่ของอดีตภรรยาของเขาเพื่อไปตามหาพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีสรรพคุณพิเศษสามารถรักษาอาการประชวรของพระราชินีได้ ภารกิจครั้งนี้ของด็อกเตอร์ ดูลิตเติ้ลจะสำเร็จหรือไม่ต้องติดตามชม

เมื่อรีวิวหนังเรื่องนี้แล้ว ขอบอกได้เลยว่าภาพยนตร์เรื่อง “Dolittle”เป็นหนังแฟนตาซีฮาเต็มแต่เข้มข้นด้วยสาระที่อยากจะชวนให้ชมกัน แม้ว่าใครที่คุ้นเคยหนังเรื่องนี้ในฉบับของ เอ็ดดี้ เมอร์ฟีย์ ที่มีมุกตลกแพรวพราว แต่ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ ก็มีความฮาหน้าตายได้ไม่แพ้กัน แม้จะดูขัดกับบุคลิกที่เราคุ้นตา รวมทั้งบรรดาสัตว์ต่าง ๆ ที่มาเป็นผู้ช่วยป่วน ฮากันสนั่นจอ แต่ไม่ใช่แค่ความฮาแต่ยังมีบทดราม่าให้น้ำตาไหล เพราะความรักช่วยเยียวยาจิตใจได้ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ ชมแล้วอยากรีวิวหนังเรื่องนี้ว่าสามารถถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้ชมได้สัมผัสผ่านตัวละครทุกตัว จึงได้ชื่อว่าเป็นหนังแฟนตาซี ที่มีความบันเทิงแต่ข้อคิดและสาระก็บรรเจิดไม่แพ้กันเลย

เครดิตภาพ : https://www.facebook.com/DolittleMovie/photos 

รีวิว Dolittle : หมอแปลกเข้ากับคนไม่ได้ แต่กับสัตว์ผ่านฉลุยคุยกันรู้เรื่อง

Categories
รีวิวหนัง

รีวิวหนังไทย “เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ” หนังย้อนยุค สนุกทุกฉาก

ใครที่เป็นคอ หนังไทย คงจะไม่พลาดที่จะเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่อง “เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ”ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2563 ที่ผ่านมา โดยเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับการแสดงของ “ใหม่-ภวัต พนังคศิริ” ที่ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 33 ในฐานะผู้กำกับดีเด่นจากละครซีรีย์ไทยแนวย้อนยุคเรื่อง “บุพเพสันนิวาส”ที่สุดจะปังดังข้ามปีสร้างกระแสปรากฏการณ์ “ออเจ้า”กันมาแล้วเมื่อปี 2562 โดยเรื่องนี้ได้นำ “โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” พระเอกจากเรื่อง“บุพเพสันนิวาส” ประกบกับพระเอกดังจากค่าย GDH อย่าง “เต๋อ-ฉันทวิชช์ ชนะเสวี” และร่วมด้วยนางเอกสาวเซ็กซี่อย่าง “แซมมี่ เคาวเวลล์” ทำให้หนังไทยเรื่องนี้มีความน่าสนใจและชวนให้ติดตามชม จึงขอนำมารีวิวให้ได้อ่านกันว่า หนังไทยสายฮา แต่ก็มีบทดราม่าให้ซึ้งกันในเรื่อง “เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ”มีความน่าสนุกและชวนให้ติดตามอย่างไรกันบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลย 

รีวิว “เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ” หนังไทย สายฮาแต่มีดราม่าและสาระ 

สำหรับเรื่องย่อของหนังไทยเรื่อง “เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ” เป็นเรื่องราวของ ก็อต (โป๊ป-ธนวรรธน์) นักแข่งรถหนุ่มซึ่งมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยลงรอยกับคุณพ่อของเขาคือ เปรม(เต๋อ-ฉันทวิชช์) อดีตหัวหน้าแก๊งนักเลงที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังเนื่องจาก  บิว (แซมมี่ เคาวเวลล์)ภรรยาของเขาได้จากไป ทำให้ก็อตผูกใจเจ็บที่พ่อของเขาทำให้แม่ต้องฆ่าตัวตาย แต่อยู่มาวันหนึ่ง 2 พ่อลูกได้ขับรถและเกิดอุบัติเหตุชนกับรถไฟจนทำให้ปาฏิหารย์ก็อตได้ย้อนเวลากลับไปในปี 2541และได้มาเจอกับคนที่เขาไม่ชอบหน้าคือ เปรม ที่เป็นหัวหน้าแก๊งนักเลงที่ชื่อว่า “กํงเจ้าโลก”ทำให้เกิดเรื่องราวจากลูกพ่อกลายเป็นลูกเพ่ที่ก๊อตเข้าไปร่วมแก๊งของเปรม ซึ่งเปรมไม่รู้เลยว่าก๊อตคือลูกชายของเขาที่มาจากอนาคต และก็อตได้มาเจอกับบิว คุณแม่ของเขาเมื่อยังมีชีวิต ทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆและความสนุกสนาน ตามสไตล์หนังไทยสายฮา ที่มีแอบดราม่าให้น้ำตาซึมในช่วงท้ายเรื่อง แม้ว่า หนังไทยเรื่อง “เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ” อาจจะเป็นหนังดังแต่ยังไม่ปังดังที่คิดไว้ก่อนเข้าไปดู แม้จะได้ผู้กำกับมือทองและสองพระเอกดังมาร่วมแสดง แต่ถือว่าสอบผ่าน แต่งานยังไม่เนี้ยบ ไม่ถึงกับร้องว้าวแต่ไม่แย่ขนาดร้องว้าย! เพราะได้ทั้งความสนุก ฮา ดราม่าและบู๊แอคชั้นให้มันกันหลายตอน รวมได้ข้อคิดในเรื่องความสัมพันธ์ของครอบครัว ที่แม้จะทำตัวอย่างไรก็ยังมีความเป็นพ่อและลูกกัน เราเลือกเกิดเป็นลูกใครไม่ได้แต่เลือกที่จะปฏิบัติตนในฐานะลูกที่ดีได้ ยิ่งตอนจบของเรื่องไม่อยากสปอย ต้องไปชมกันเอง รับรองว่าพีคเลย

หนังไทยสายฮาเรื่อง“เฮ้ย!ลูกเพ่ นี่ลูกพ่อ”จึงเป็นหนังที่ให้ข้อคิดและน่าติดตามชม ใครที่เป็นคอหนังไทย ไม่ควรพลาดชม 

เครดิต:

https://www.facebook.com/SF Cinema/

 https://www.thairath.co.th/entertain/news/1930443

Categories
รีวิวการ์ตูน รีวิวหนัง

รีวิว หนังการ์ตูน Onward คู่ซ่าล่ามนต์มหัศจรรย์

เชื่อเลยว่าใครที่เป็นแฟนตัวยงของ Pixar Studio เมื่อทราบข่าวว่าจะมีหนังการ์ตูน Animation เรื่อง “Onward คู่ซ่าล่ามนต์มหัศจรรย์”มาเข้าฉายในเมืองไทยช่วงต้นปี 2563 คงจะต้องตาลุกวาว แสดงความตื่นเต้นด้วยความคิดถึงเพราะว่าในปี 2562 ที่ผ่านมา ไม่มีหนังของ Pixar Studio มาฉายเลย แต่อย่างไรก็ตามด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ทำให้ “Onward”จำเป็นต้องเลื่อนจากกำหนดเดิมคือเดือนมีนาคมเป็นช่วงเดือนกรกฎาคมแทน เรียกว่ากว่าจะได้ดูเล่นเอาต้องลุ้นกันต่อว่าจะเลื่อนอีกไหม และเมื่อได้ชมก็ต้องบอกเลยว่า หนังการ์ตูน Animation เรื่องนี้คุ้มค่าสมกับการรอคอยจริง ๆ 

หนังการ์ตูน Animation เรื่อง “Onward คู่ซ่าล่ามนต์มหัศจรรย์” เป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับอารมร์ดีอย่าง แดน สแกนลอน ที่เคยช่วยกำกับในเรื่อง Toy story ภาค 4 และ Coco จนประสบความสำเร็จมาแล้ว สำหรับเรื่อง Onward นี้ ได้ทำหน้าที่กำกับอย่างเต็มด้วยด้วยผลงานที่มีคุณภาพ พร้อมด้วยทีมงานพากย์อย่าง 2 นักแสดงจากเรื่อง Avengers คือ ทอม ฮอลแลนด์ และ คริส แพรตต์ มาช่วยให้เสียงของ 2 พี่น้อง เอียนและบาร์ลีย์ ไลท์ฟุต ทำให้มีความน่าใจและเป็นหนังที่น่าดูอย่างยิ่ง ขอแนะนำเลยว่าเรื่องนี้เป็นหนังสำหรับครอบครัวท่ต้องชวนกันไปดู เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี ดูสนุกได้ทุกครอบครัวกันเลย

รีวิว Onward คู่ซ่าล่ามนต์มหัศจรรย์ หนังการ์ตูนน่าดูแห่งปี ไม่ดูไม่ได้แล้ว

เรื่องย่อของ หนังการ์ตูน Animation เรื่อง “Onward คู่ซ่าล่ามนต์มหัศจรรย์” เป็นเรื่องราวของ2 พี่น้อง เอียนและบาร์ลีย์ ไลท์ฟุต ที่คุณพ่อของเขาได้ตายจากไปเมื่อพวกเขายังเป็นเด็ก จนเมื่อถึงวันเกิดครบรอบ 16 ปีของเอียน และเขาได้รับไม้เท้าของพ่อมดเป็นของขวัญในวันเกิด เขาตั้งใจร่ายมนต์เพื่อจะได้เห็นใบหน้าของคุณพ่อของเขาสักครั้งหนึ่ง แต่เขาใช้มันไม่เป็นทำให้พ่อของเขาปรากฎตัวได้แค่ครึ่งตัว จึงเป็นจุดเริ่มต้นการผจญภัยของ 2 พี่น้องที่ออกไปหาพ่อมดเพื่อช่วยให้ได้เห็นใบหน้าของคุณพ่อ แม้ว่าจะได้เห็นแค่ 24 ชั่วโมงก็ตาม สุดท้ายภารกิจการผจญภัยครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ ต้องไปติดตามชมกันให้ได้ บอกได้เลยว่าเป็นหนังการ์ตูนน่าดูแห่งปี ไม่ดูไม่ได้แล้ว โดยเฉพาะตอนจบพีคมาก และทำให้เรียนรู้ว่าเวลาทุกนาทีที่ได้อยู่กับคนที่รักมันคุ้มค่าจริง ๆ หนังการ์ตูนเป็นเรื่องที่น่าดูอย่างยิ่ง เพราะเรียกทั้งเสียงฮาและทำให้น้ำตาไหลออกมาด้วยความตื้นตัน จากความประทับใจเมื่อได้ชมหนังการ์ตูนเรื่องนี้ บอกได้เลยว่าเรื่องนี้บทดี ดนตรีประกอบเพราะและภาพสวยได้อารณ์ร่วมตามสไตล์ของ Pixar ใครที่เป็นแฟน Pixar ตัวยงหวังว่าคงจะไม่พลาดชมเรื่องนี้ เพราะมันดีต่อใจ สำหรับทุก ๆคนที่ได้ไปชม

เครดิต :

https://movie.kapook.com/gallery/220911/264160

https://minibikeshops.com/onward-2020

Categories
รีวิวหนัง

หนังไทย “Friend Zone”เพื่อนสนิทคิดเกินเลย

ภาพยนตร์เรื่อง “Friend Zone” ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน เป็นหนังไทยยอดฮิตเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมา โดยกวาดรายได้ไปกว่า 134.15 ล้านบาท นอกจากนี้ยังไปโกยรายได้ในต่างประเทศในไต้หวัน,กัมพูชาและเวียดนาม ถือเป็นการปลุกกระแสของวงการหนังไทยให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากที่ซบเซาอยู่พักใหญ่ๆ แต่เรื่องนี้ถือว่าโชคดีเพราะหนังเรื่องนี้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ในช่วงวันวาเลนไทน์ ปี 2562 ก่อนที่จะเจอวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 ระลอกแรก “Friend Zone” เป็นหนังไทยแนวรักโรแมนติกคอมเมดี้ที่เป็นแนวถนัดของ GDH ค่ายหนังอารมณ์ดี เป็นผลงานกำกับการแสดงโดย “หมู-ชยนพ บุญประกอบ” ที่เคยฝากผลงานจากเรื่อง “Suck seed” ห่วยขั้นเทพ และพรจากฟ้า ทำให้ได้นำ “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ” ที่เคยทำงานร่วมกันในเรื่องพรจากฟ้ามารับบทนำคู่กับนางเอกสาวสวยอย่าง”ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ที่เคยแจ้งเกิดจากหนังไทยเรื่อง “สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก” ซึ่งเป็นหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เช่นกันเมื่อปี 2553 มาแล้ว ถือเป็นหนังไทยที่น่าสนใจและอยากที่จะรีวิวให้อ่านกัน

หนังไทย “Friend Zone”สายโรแมนติกคอมเมดี้ ที่ดีต่อใจคนใกล้ตัว

เรื่องย่อของหนังไทยเรื่อง“Friend Zone” ระวังสิ้นสุดทางเพื่อน เป็นเรื่องราวของ“กิ๊ง”(ใบเฟิร์น) กับ “ปาล์ม”(นาย) ที่เป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยมัธยม โดยกิ๊งมีความผิดหวังจากคุณพ่อที่แอบมีกิ๊กและมีความฝันที่จะแต่งงานกับผู้ชายที่ดีในอนาคตที่แตกต่างจากพ่อของเธอ และนายเป็นเพื่อนที่เป็นเหมือนพ่อที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด แต่ในใจแล้วนายแอบคิดเกินคำว่า “เพื่อน”แต่ต้องเก็บความรู้สึกไว้ ทำให้นายไม่ยอมไปรักผู้หญิงคนไหนนอกจากกิ๊ง จนเมื่อกิ๊งไปคบกับ“พี่เท็ด”(เจสัน ยัง) และกิ๊งก็เกรงว่าพี่เท็ดจะนอกใจเหมือนพ่อของเธอ ทำให้ปาล์มต้องคอยมาช่วยเหลือเสมอ แต่แล้ววันหนึ่งก็มาถึงจุดสิ้นสุดทางเพื่อนระหว่างปาล์มและกิ๊ง ที่จะลงเอยอย่างไร ต้องไปติดตามชมกัน รับรองว่าสนุกฮาและมีดราม่าแบบน้ำตาจิไหล ตามสไตล์หนังไทยสายโรแมนติกคอมเมดี้ ใครที่ชอบหนัแนวนี้ และชมสถานที่สวยๆในประเทศกลุ่มอาเซี่ยนรับรองไม่ผิดหวัง รวมทั้งมีเพลงประกอบเรื่องคือเพลง“คิดมาก” ของปาล์มมี่ ที่ดัดแปลงให้นักร้องทั่วทั้งอาเซียนมาร่วมกันร้องในเพลงเดียวกันถึง 9 ภาษา ทำให้มีสีสันและน่าสนใจสำหรับเรื่องนี้ ถือเป็น หนังโรแมนติกคอมเมดี้ ที่ดีต่อใจสำหรับคนใกล้ตัว ใครที่เคยแอบรักเพื่อนคงจะอมยิ้มอินไปกับบท



เมื่อชม หนังไทย เรื่อง“Friend Zone”แล้วได้ข้อคิดว่า ความเป็นเพื่อนนั้นดีเสมอไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็จะยอมรับได้ แต่หากจะลงเอยมากกว่าความเป็นเพื่อนก็จะต้องเตือนใจเอาไว้บ้างสำหรับความผิดหวัง เพราะคำว่า “เพื่อนรัก”กับ “รักเพื่อน” มันต้องลุ้นว่าสุดท้ายจะไปได้อย่างสุดทางหรือจะสิ้นสุดทางของเพื่อน ต้องไปติดตามชมกันเอง

เครดิต:

https://movie.trueid.net/th-th/movie/PMVg86bAL2jr

https://www.posttoday.com/ent/movie-music/580346