Categories
รีวิวซีรี่ย์

ซีรี่ย์จีน มาใหม่ MASTER OF MY OWN ขอโทษทีฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว 

ซีรี่ย์จีน มาใหม่ “MASTER OF MY OWN” ขอโทษทีฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว 

ซีรี่ย์จีน ใหม่ล่าสุด ที่ทำการฉายเมื่อกลางปี 2022 นี้ คือเรื่อง “MASTER OF MY OWN” หรือมีชื่อภาษาไทยว่า ขอโทษที ฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว ซึ่งเป็นซีรี่ย์ที่ได้ถ่ายทอดชีวิตของคนหนุ่มสาวในวัยทำงานนั่นเอง เป็นแนวซีรี่ย์แบบรักโรแมนติก ที่เอาไว้ดูเพื่อผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี เนื้อเรื่องไม่หวือหวา แต่รับรองว่าดูแล้วฟินแบบบอกไม่ถูกเลยทีเดียว เคมีคู่พระนางเข้ากันสุด ๆ 

ผู้กำกับ : เหยาถิงถิง

นักแสดงนำ : ถานซงอวิ้น, หลินเกิงซิน,หลิวช่าง และ หวังซิ่วจู่

ประเภท : รักโรแมนติก, ดราม่า

เริ่มฉาย : 29 เมษายน 2022

ฉายทาง : VIU

จำนวน : 32 ตอน

ความยาว : 45 นาที

คะแนน : 6/10 

ซีรี่ย์จีน เรื่องย่อความรักระหว่างเจ้านายและเลขา 

ซีรี่ย์จีน เป็นอีกหนึ่ง ซีรี่ย์จีนรักโรแมนติก ที่ได้ฉายในปีนี้ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก โดย MASTER OF MY OWN เรื่องย่อ ได้พูดถึง “หนิงเหมิง” นางเอก ที่เธอได้ทำงานเป็นเลขาสาวส่วนตัวให้กับเจ้านาย “ลู่จี้ หมิง” ซึ่งก็คือพระเอกนั่นเอง หนิงเหมิง มีความฝันอยากเป็นนักลงทุน แต่เจ้านายของเธอกลับพูดว่าเธอเป็นได้เพียงแค่เลขาของเขาเท่านั้น ทำให้เธอตัดสินใจลาออก และหันไปทำงานด้านลงทุนอย่างเต็มตัว เมื่อพระเอกเห็นในความมุ่งมั่นของเธอจึงยื่นมือเข้ามาช่วย และฝ่าฝันอุปสรรคไปด้วยกัน พาเอก้าวสู่ความสำเร็จทำตามฝันได้ตามต้องการ

รีวิว “MASTER OF MY OWN” ความรู้สึกหลังรับชม 

ซีรี่ย์จีน เล่าเรื่องราวความรักของคนวัยทำงานได้เป็นอย่างดี รีวิวซีรี่ย์จีน สำหรับเรื่อง MASTER OF MY OWN ให้คะแนน 6/10 ซึ่งเป็นซีรี่ย์ที่ไม่ได้แย่ แต่ไม่แปลกใหม่ เหมือนสูตรสำเร็จซีรี่ย์รักโรแมนติกทั่วไป ที่หาดูได้ง่ายมาก ดังนั้นจึงไม่น่าลุ้นตามเท่าไหร่ คาดเดาเนื้อเรื่องง่าย แต่ขอบอกเลยว่าเคมีพระนางเข้ากันได้ดี ทำให้ดูแล้วคล้อยตามเหมาะสำหรับคนที่ชอบดูซีรี่ย์แนวแบบชิล ๆ เอาไว้ดูแก้เหงา คลายเครียด หากใครอยากรับชม ซีรี่ย์จีน ฟินติดหมอน เรื่องนี้ สามารถรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ VIU 

บทสรุป

ซีรี่ย์จีน เรื่อง MASTER OF MY OWN ขอโทษทีฉันไม่ใช่เลขาคุณแล้ว เป็นอีกหนึ่ง ซีรี่ย์จีนแนะนำ 2022 ที่น่ารับชม หากใครที่ชื่นชอบแนวรักโรแมนติก ดราม่า ต้องห้ามพลาด เพราะคู่พระนางเหมาะสมกันที่สุด ถ่ายทอดความรักออกมาได้แบบเสมือนจริง ชวนให้ฟินจนหุบยิ้มไม่ได้เลยทีเดียว ดูแล้วเขินแทนพระเอกนางเอก 

 

 

 

 

สนับสนุนโดย : 

https://ufaball.bet เรามีบริการทั้ง แทงบอลออนไลน์ หรือ คาสิโนออนไลน์ ไว้บริการเต็มรูปแบบครบวงใจในที่นี้ที่เดียว สมัครเปิดยูสเซอร์ ขั้นต่ำ 100บาท เพื่อทำการยืนยันตน สามารถทำได้ผ่านไลน์แอดที่หน้าเว็บไซต์ได้ตลอด 24ชั่วโมง

Categories
รีวิวซีรี่ย์

ซีรี่ย์เกาหลี “BIG MOUTH” ทนายปากดี ที่ซวยเพราะปาก! 

ซีรี่ย์เกาหลี “BIG MOUTH” ทนายปากดี ที่ซวยเพราะปาก! 

ซีรี่ย์เกาหลี เรื่องใหม่มาแรง ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ มีหลายคนติดงอมแงมมาก ซึ่งเรื่องที่จะพูดถึงในวันนี้ คือ “BIG MOUTH” เรื่องราวของทนายความปากแจ๋ว พูดมาก จนทำให้ตัวเองนั้นเดือดร้อนเพราะปาก เรื่องนี้ได้นักแสดงนำแนวหน้าของเกาหลีใต้ มาร่วมแสดง และที่สำคัญผู้แต่งเป็นคนเดียวกับผู้แต่งซีรี่ย์ เรื่อง VAGABOND ที่เป็นซีรี่ย์โด่งดังในปี 2019 ที่ผ่านมานี่เอง รับรองว่าสนุก คาดเดายากอย่างแน่นอน

ผู้แต่ง : ฮารัม

ผู้กำกับ : โอชุงฮวัน

ประเภท : ดราม่า, ระทึกขวัญ, อาชญากรรม

เริ่มฉาย : 29 กรกฎาคม 2022

ฉายทาง : DISNEY+ HOTSTAR

จำนวน : 16 ตอน

ความยาว : 1 ชั่วโมง 8 นาที

คะแนน : 9/10 

ซีรี่ย์เกาหลี เล่าเรื่องย่อ BIG MOUTH 

ซีรี่ย์เกาหลี เรื่องนี้ เป็น ซีรี่ย์เกาหลีแนะนำ ที่อยากให้ทุกคนได้ดี โดย BIG MOUTH เรื่องย่อ เป็นเรื่องของทนายคนหนึ่ง ชื่อว่า “พัคซางโฮ” ทนายที่แทบไม่เคยชนะคดีความ แต่ดันพูดเยอะ พูดมาก จนได้รับฉายาว่า BIG MOUTH จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้เข้าไปเกี่ยวโยงกับคดีฆาตรกรรม ที่มีคนแฉว่านักต้มตุ๋นอัจฉริยะคนนี้ มีชื่อว่า BIG MOUTH พัคซางโฮจึงตกที่นั่งลำบาก ทำให้เขา และภรรยาต้องพยายามต่อสู้ และค้นหาความจริง เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ แล้วเอาตัวรอดจากอันตรายที่แสนสาหัสนี้ 

รีวิวหลังจากการรับชม BIG MOUTH ตอนออกอากาศเป็นที่เรียบร้อยบนดิสนี่ย์พลัส 

ซีรี่ย์เกาหลี เรื่องนี้ จัดเป็น ซีรี่ย์เกาหลีน่าดู ที่ไม่ควรพลาด ซึ่งรีวิวซีรี่ย์ BIG MOUTH ให้คะแนนไปเลย 9/10 สนุกสุด ๆ คาดเดายาก ทำให้เนื้อเรื่องไม่น่าเบื่อเลยสักนิด แต่ค่อนข้างจะเข้มข้นตึงเครียดนิดหน่อย ดังนั้นหากใครไม่ชอบหนังที่ดูแล้วเครียด อาจจะไม่ตอบโจทย์เสียเท่าไหร่ เดินเรื่องเร็ว ไม่ออกทะเล ฉากสี เสียง องค์ประกอบดีมาก มีให้ลุ้น และเซอร์ไพรส์แทบทุกตอน พูดคำเดียวเลยว่าควรดู 

บทสรุป 

ซีรีย์เกาหลี เรื่อง BIG MOUTH ซีรี่ย์เกาหลีใหม่ ที่กำลังฉายอยู่บน DISNEY+ HOTSTAR เป็นแนวอาญกรรม สืบสวนค้นหาความจริง ที่ไม่ควรพลาด น่าตื่นเต้น และไม่น่าเบื่อเลยสักตอน หากใครชอบซีรี่ย์แนวนี้ ต้องดูเลย สนุกมาก มาลุ้นด้วยกันว่าใครจะเป็น BIG MOUTH ตัวจริง ที่อยู่เบื้องหลังคดีอาชญกรรมนี้ 

 

 

 

 

สนับสนุนโดย :

 

hilospec.com แค่สมัครสมาชิกกับเว็บไฮโลของเรา แบบไม่ต้องฝาก โปรโมชั่นเติมเงิน โปรโมชั่นถอนเงิน ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ หรือจะเป็นโบนัสเงินรางวัลจากการเล่น ยิ่งเล่นเยอะยิ่งได้เงินเยอะ แถมเรายังมีโปรโมชั่นสำหรับคนที่เชิญเพื่อนยิ่งเชิญเพื่อนเยอะยิ่งได้เงินจากการเล่นเดิมพันเยอะ

Categories
รีวิวการ์ตูน

รีวิวหนัง Encanto เมืองเวทมนตร์ คนมหัศจรรย์

 

รีวิวหนังการ์ตูน Encanto บรรเลงเพลง บันเทิงใจ

Encanto หนังการ์ตูนเพลงดิสนีย์ดีต่อใจ

หนังอนิเมชั่น สายบันเทิงสร้างความร่าเริงใจ

ภาพยนตร์การ์ตูนของค่ายวอลต์ดีสนีย์เรื่อง “Encanto” เมืองเวทมนตร์ คนมหัศจรรย์ เป็นการ์ตูนดิสนีย์ เรื่องที่ 60 แล้ว สำหรับค่ายการ์ตูนขวัญใจคอหนังทั่วโลก โดยการ์ตูนเรื่องนี้ออกมาในช่วงปลายปี 2564  ที่ผ่านมา ได้รับกระแสตอบรับที่ดีในประเทศไทยของเรา เนื่องจากมีการผ่อนปรนให้เข้าชมภาพยนตร์ในโรงหนังได้หลังจากที่เชื้อโควิด 19 เริ่มแผ่วลงไป สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้ เป็นผลงานการสร้างของไบรอน ฮาวเวิร์ด ผู้กำกับมือทองที่เคยโด่งดังมาแล้วจากเรื่อง Zootopia และ เรื่อง Tangled หรือ ชื่อไทยว่า “ราพันเซล เจ้าหญิงผมยาวกับโจรซ่าจอมแสบ” นอกจากนี้ยังได้ จาเร็ด บุช มาช่วยกำกับและเขียนบทร่วมกับ คาสโต สมิธ โดยการ์ตูนเรื่องนี้ให้ความสนุกสนาน มีสีสันในรูปแบบของหนังสไตล์ละตินอเมริกาที่ถ่ายทอดได้อย่างน่าประทับใจ ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจในสีสันการแต่งตัวและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่ถ่ายทอดออกมาเป็นการ์ตูนอนิเมชั่น ถือไดส่าเป็นหนังสุดฮิตที่ส่งท้ายปลายปี 2564 ที่ผ่านมา และเชื่อว่าจะติดกระแสได้รับความนิยมกันข้ามปีเป็นแน่ 

Encanto หนังการ์ตูนดูสนุกได้ทุกครอบครัว

ภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “Encanto” เมืองเวทมนตร์ คนมหัศจรรย์ เป็นหนังที่ดูได้สนุกเหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวที่สามารถชมได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะเป็นหนังการ์ตูนแฟนตาซีที่ถ่ายทอดความสนุกสนานและมีบทดราม่าให้น้ำตาคลออยู่หน้าจอหนังด้วยความประทับใจ ถือเป็นหนังการ์ตูนของวอลต์ดีสนีย์อีกเรื่องหนึ่งที่การันตีได้เลยเป็นงานดีระดับคุณภาพอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงขอชวนให้ชม และขอรีวิวหนังการ์ตูนเรื่องนี้ให้ได้อ่านกัน และเมื่อได้อ่านกันแล้ว คงจะต้องไปติดตามชมกันต่อไป ใครไม่ชมถือว่าพลาดแล้ว  

“Encanto” หนังการ์ตูนดิสนีย์ในคราบละครบรอดเวย์ 

สำหรับภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง “Encanto”  เป็นหนังแฟนตาซีที่ให้ความสนุกสนาน พร้อมกับบทเพลงไพเราะประกอบให้ฟังกันแล้วฟิน อินไปกับความน่ารักสดใสของตัวละครในแบบละตินอเมริกา ถือเป็นจุดเด่นของการ์ตูนของวอลต์ดีสนีย์ แต่เรื่องนี้ออกจะเป็นแนวละครเพลงแบบจัดเต็ม เรียกได้ว่าเป็น “หนังการ์ตูนดิสนีย์ในคราบละครบรอดเวย์” เนื่องจากเรื่องนี้ สุดยอดนักแต่งเพลงชื่อดังของวงการละครเพลงอย่าง ลิน มานูเอล มิแรนด้า ที่เคยฝากผลงานการ์ตูนเรื่อง “Moana” มาแล้ว รวมทั้งได้ เจอร์เมน แฟรนโก ที่มาช่วยสร้างสีสันให้การ์ตูนเรื่องนี้มีความน่าชมและน่าฟังไปพร้อม ๆกัน  สำหรับคนที่จะไปชมแบบพากษ์ไทย บทเพลงจากเรื่องนี้มีการแปลเนื้อร้องเป็นภาษาไทยโดยคุณจ้อน-ธานี พูนสุวรรณและทีมงานนักพากย์ระดับคุณภาพอย่างเช่น คุณจันทร์-ใจแจ่ม วรรณพัฒน์ มารับบทเป็น “มีราเบล”ตัวเอกของเรื่อง และได้อดีตนักร้องเสียงดีมีคุณภาพอย่างคุณสุทธิพงศ์ วัฒนจัง หรือ ชมพู ฟรุ๊ตตี้  มาช่วยให้เสียงของ “บรูโน่” ในหนังเรื่องนี้อีกด้วย จึงอยากชวนให้ไปชมรับรองได้เลยว่าสมควรไปชมอย่างยิ่ง ใครที่ยังไม่ได้ไปชมต้องไปติดตามชมกันให้ได้

Encanto หนังการ์ตูนดิสนีย์แห่งปีที่ไม่ควรพลาดชม

สำหรับเรื่องราวของ“Encanto” เมืองเวทมนตร์ คนมหัศจรรย์ เป็น อนิเมชั่นน่าดู เรื่องหนึ่งในปี 2564 ที่ผ่านมา จัดได้ว่าเป็นหนังการ์ตูนดิสนีย์แห่งปีที่ไม่ควรพลาดชม 

สำหรับเรื่องย่อของการ์ตูนเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของครอบครัว “มาดริกัล” ที่อาศัยในหมู่เมืองเอนคานโต้ที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาในประเทศโคลอมเบีย โดยทุกคนในครอบครัว “มาดริกัล”มีเวทมนตร์วิเศษ  ยกเว้น “มิราเบล”เพียงคนเดียว แค่เธอเป็นคนธรรมดาที่ช่วยปกป้องเมืองนี้ที่เวทมนตร์กำลังจะเสื่อมหายไป และกำลังตกอยู่ในอันตราย  นอกจากนี้เธอยังเป็นสื่อกลางที่เชื่อมให้ทุกคนในครอบครัวมีความรักและสามัคคีกัน เพื่อช่วยปกป้องเมืองนี้ สำหรับเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ต้องขอเก็บไว้ก่อน ต้องไปติดตามชมกันเอง ไม่อยากจะสปอยมากกว่านี้ แต่รับรองได้ว่าดูกันเพลินตา ฟังเพลงเพลินใจได้ในทุกฉากทุกตอนกันเลย

Encanto หนังการ์ตูนเพลงไฟเพราะฟังแล้วยิ้มอรุ่มเจ๊าะ

สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้ ใครที่เป็นแฟนหนังของวอลต์ดีสนีย์จะต้องชมเพราะว่าเรื่องนี้มีความครบรสทั้งเนื้อหา ภาพสวย รวมทั้งเพลงประกอบหนังที่ฟังแล้วไพเราะ ฟังแล้วยิ้มอรุ่มเจ๊าะ โดยเฉพาะเพลง”The Family Madrigal”, “All of You”, “We Don’t Talk About Bruno” หรือ “Waiting On A Miracle” เป็นเพลงที่ฟังแล้วติดหู และให้ความอบอุ่นในความรักความผูกพันในครอบครัวซึ่งเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มากกว่าเวทมนตร์ใด  เชื่อว่าเพลงจากหนังเรื่องนี้น่าจะมีโอกาสได้รับรางวัลในเวทีใหญ่ๆ อย่างแน่นอน 

Encanto การ์ตูนเรื่องโปรดของทุกครอบครัว 

เชื่อว่าใครที่ได้ชมการ์ตูนเรื่องนี้  คงจะต้องยกให้เป็นหนังครอบครัวแห่งปีที่ต้องพาทุกคนในครอบครัวและคนที่เราไปชมการ์ตูนเรื่องนี้ และเชื่อว่าจะเป็นเรื่องโปรดของทุกครอบครัว เพราะการ์ตูนเรื่องนี้ให้ข้อคิดในเรื่องของคนทุกคนมีคุณค่าในตัวของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีพลังวิเศษหรือเวทมนตร์ หรือเป็นเพียงคนธรรมดาที่ไม่มีพลังวิเศษหรือเวทมนตร์ ทุกคนต่างมีคุณค่าและช่วยทำให้คนอื่น ๆมีคุณค่าด้วยเมื่อความสามารถที่เรามีมาช่วยเสริมสร้างกัน 

 “Encanto หนังการ์ตูนสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพ 

โดยบทสรุปของหนังเรื่องนี้ ถือเป็นหนังเวทมนตร์ที่ดูดีมีเสน่ห์ชวนหลงใหลให้ติดตาม เป็นหนังที่ไม่มีพิษไม่มีภัย ดูได้ทุกวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่  โดยเรื่องนี้เป็นการ์ตูนอนิเมชั่นที่ภาพคมชัดสวย และเพลงประกอบหนังถือว่าเป็นจุดเด่นที่มีเสน่ห์ตามสไตล์ละตินอเมริกาที่อาจจะไม่ค่อยชินตาหรือฟังแล้วคุ้นหูกัน แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่แปลกฉีกแนวให้ความน่าสนใจ การเล่าเรื่องของการ์ตูนเรื่องนี้เป็นของจินตนาการโยงเรื่องเวทมนตร์กับครอบครัวได้อย่างลงตัวและน่าสนใจ ถือเป็นการ์ตูนสร้างสรรค์ด้วยผลงานคุณภาพของวอลต์ดีสนีย์อีกเรื่องหนึ่งที่ไม่ควรพลาด 

 

 

 

 

ไฮโลออนไลน์ เกมคาสิโนออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ หากคุณกำลังมองหาเว็บเกมเดิมพัน ที่มีเกมมากมายให้คุณได้เล่น เว็บเราตอบโจทย์คุณแน่นอน

Categories
รีวิวซีรี่ย์

รีวิวซีรี่ย์เกาหลี The Red Sleeve 

“The Red Sleeve”ซีรีย์แห่งปีดีต่อใจใครได้ดูต้องหลงรัก การันตีด้วยรางวัล

ซีรี่ย์เกาหลีย้อนยุคสนุกครบทุกรสชาติ

ภาพยนตร์ละครซีรี่ย์ของประเทศเกาหลีใต้เรื่อง“The Red Sleeve”เป็นละครซีรี่ย์ใหม่จำนวน 16 ตอนจบ ที่โด่งดังทางสถานีโทรทัศน์ MBC  และเพิ่งนำมาฉายทางช่อง Viu ของประเทศไทย เมื่อช่วงปี 2021 ที่ผ่านมานี้เอง ละครซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับการแสดงของ จองจีอิน และได้ คังมีคัง เป็นผู้เขียนบท โดยกวาดรางวัล MBC Drama Awards ในปี 2021 นี้ไปครองได้ทั้ง 3 รางวัลหลักคือ ละครซีรีย์แห่งปี รวมทั้ง 2 นักแสดงนำทั้งชายและหญิงคือ อีจุนโฮ และอีเซยอง ก็คว้ารางวัลไปได้ทั้งคู่ ถือเป็นการการันตีด้วยผลงานที่มีคุณภาพและมีคุณค่าต่อการเข้าไปรับชมกันทางช่อง Viu ของประเทศไทยเรา 

“The Red Sleeve” รักโรแมนติกดราม่าแอบขายขำ

ละครซีรี่ย์เรื่อง “The Red Sleeve” เป็นละครแบบย้อนยุคที่มีความดราม่า รักโรแมนติก แต่แอบขายขำในบางฉากทำให้หลุดฮากันจนแบบตกเก้าอี้  ถือเป็นซีรี่ย์ฟินจิกหมอนอีกเรื่องที่แฟนละครซีรีย์แบบติ่งเกาหลีจะต้องไม่พลาด เนื่องจากพระเอกสุดหล่ออย่าง “อีจุนโฮ” หนึ่งในสมาชิกวง 2PM ได้กลับมารับบทนำหลังกลับมาจากไปเป็นทหารรับใช้ชาติและนางเอกสุดน่ารักอย่าง “อีเซยอง” มารับบทนางเอกหนังย้อนยุคอีกครั้งหลังเพิ่งจะเล่นหนังเรื่อง The crowned  clown จนดังแบบสุดปังมาแล้ว คราวนี้มาประกบกับ“อีจุนโฮ” อีก ถือว่าเป็นงานดี และเคมีเข้ากันมาก ดูแล้วฟินกันได้ทุกฉาก

เรื่องย่อของละครเรื่องนี้เป็นเรื่องราวขององค์รัชทายาท “อีซาน” รับบทโดยอีจุนโฮ ที่ต่อมาได้ขึ้นมาเป็นกษัตริย์ ผู้รักความสมบูรณ์แบบแต่มีความเย็นชาเรื่องความรักเพราะปมในครอบครัวเรื่องจากไปของพระบิดายังคงเป็นบาดแผลภายในใจ ต่อมาได้มาพบกับ “ซองด็อกอิม”รับบทโดยอีเซยอง สตรีในราชสำนักที่รักในความเป็นอิสระและเป็นตัวของตนเอง เธอไม่รู้มาก่อนว่า“อีซาน”เป็นใคร และเธอผู้นี้แหละที่ทำให้ “อีซาน” เปลี่ยนไปในเรื่องมุมมองของความรัก จนจะตั้งให้เธอเป็นพระมเหสีแต่ “ซองด็อกอิม”ได้ตอบปฏิเสธ และทำให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆขึ้นมีทั้งความดราม่าสนุกสนานเฮฮามากันเต็ม และผลของความรักของทั้งคู่จะลงเอยแบบรักสมหวังให้สุดปังหรือจะพังให้มีดราม่าต้องไปติดตามชมกันเอง

“The Red Sleeve”ซีรี่ย์ดูแล้วอินฟินจิกหมอน 

ละครซีรีย์เรื่องนี้ถือเป็นการฉีกแนวของหนังรักแบบย้อนยุคเรื่องอื่น ๆ ที่แบบหักมุมและหักมุกด้วยบทที่สนุกสนาน เป็นซีรี่ย์ไม่ควรพลาดอีกเรื่องหนึ่งของติ่งละครย้อนยุคเกาหลี เพราะดูแล้วอินกับบทและฟินจิกหมอนกันได้ทุกฉากแบบไม่ธรรมดา มีฉากที่ดูเหมือนโรแมนติก คือพระเอกให้นางเอกไปหาหนังสือปีนบันไดไปหยิบและกำลังจะตกลงมา พระเอกได้คว้าตัวไปรับ แทนที่จะรับเข้าซองแล้วมองหน้ากันแบบสุดซึ้งตามบท กลับผลักไสให้นางเอกกลับขึ้นไปจนหน้าไปซุกกับหนังสือแบบสุดฮาหักมุข และมีแบบนี้ในแต่ละตอน ทำให้ต้องลุ้นตลอด เดากันแทบไม่ถูกเลยว่างั้น

“The Red Sleeve” ซีรี่ย์เรื่องโปรดในความรักแบบหักมุม

   ละครซีรีย์เรื่องนี้ จัดเป็นละครซีรี่ย์รักแบบหักมุมที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ถือเป็นละครเรื่องโปรดของทุกครอบครัวได้เลย  

สำหรับละครเรื่องนี้ จุดเด่นคือการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ รวมถึงการถ่ายภาพมุมกล้องสวยๆ และเพลงประกอบหนังที่สุดฟิน สมกับเป็นหนังละครของครอบครัว นอกจากนี้ยังมีความครบรสทั้งความสนุกสนานให้ตามลุ้นตามเชียร์ มีบทดราม่าและความโรแมนติก ให้ได้ฟินจิกหมอนกันในหลายตอนเช่นกัน ถือว่าครบทุกรส ตอบโจทย์สำหรับเรื่องนี้

“The Red Sleeve” ซีรี่ย์ดีมีครบทุกรส จบในเรื่องเดียว

ละครซีรี่ย์เรื่องนี้ความมีครบทุกรส ที่จบในเรื่องเดียวแม้ว่าจะเป็นซีรี่ย์ดราม่าที่ต้องมีบทให้น้ำตาไหลล้นจนท่วมจอ จำไว้ว่าเมื่อตอนแรกสนุกฮาอย่างไรเดี๋ยวหนังเรื่องนี้จะมาเอาคืนกันให้น้ำตาเอ่อล้นจอด้วยความประทับใจในตอนท้ายๆของเรื่อง  เรียกได้ว่าจัดเต็มครบทุกรสชาติภายในเรื่องเดียวและยังถ่ายทอดวัฒนธรรมและชีวิตในวังของเกาหลีใต้ได้อย่างน่าประทับใจอีกด้วย

“The Red Sleeve”ซีรี่ย์ดีมีคติสอนใจ ประทับใจในทุกตอน  

สิ่งที่ทำให้ละครซีรีย์เรื่อง“The Red Sleeve”เป็นซีรี่ย์ที่ควรดูอย่างยิ่งคือการแทรกคติสอนใจในแต่ละตอน ทำให้เข้าใจและเรียนรู้ถึงปมในอดีตและบาดแผลที่ต้องถูกเยียวด้วยความรักและความเข้าใจ ละครเรื่องนี้มีการหยิบยกเรื่องราวปัญหาในอดีตของคู่พระเอกนางเอกมาเฉลยได้แบบได้ความรู้ลคติสอนใจแบบไม่ยัดเยียดแต่เนียนใจ เป็นการสอนปรัชญาแบบไม่รู้ตัวเลย

“The Red Sleeve” ซีรี่ย์งานดี แบบนี้ต้องเชียร์ให้ชม   

ละครเรื่องนี้งานดีทั้งภาพ เสียงและบทบาทมีความลงตัวเข้ากันแบบเต็มสิบไม่หัก ดูแล้วจะต้องหลงรัก แบบไม่มีงานหยาบให้สะดุดสายตาเลย ต้องขอชู 3 นิ้วแบบ I love you ให้ผู้กำกับจองจีอิน ที่มาช่วยกอบกู้ละครช่อง MBC ให้โดดเด่นอีกครั้งจากหนังเรื่องนี้เลย แถมยังมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีว่าละครเรื่องนี้มีคุณภาพและคุ้มค่าหากจะต้องเสียเวลาเข้าไปชมกัน

“The Red Sleeve”ซีรี่ย์งานดีต่อใจ ใครไม่รักก็บ้าแล้ว

บทสรุปการรีวิวละครเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่าจะต้องเป็นละครซีรี่ย์สุดฮิตต่อไปของช่อง Viu นอนเพราะนอกจากงานภาพจะดี งานเสียงดนตรีประกอบที่ไพเราะโดนใจ อย่างเพลง ‘‘Beautiful” เป็นเพลงที่มีลักษณะท่วงทำนองเศร้าแต่กินใจจากผลขับร้องโดย Lucia ช่วยทำให้ละครเรื่องนี้เป็นงานที่ดีต่อใจ ดูแล้วไม่หลงรักคงจะบ้าไปแล้ว  ใครที่ยังไม่ได้เข้าไปรับชมต้องเข้าไปชมได้แล้ว รับรองว่าไม่ผิดหวัง เป็นละครสุดปังและดังไปอีกนานเลยก็ว่าได้ 

 

 

 

 

ไฮโลไทย เกมคาสิโนออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ หากคุณกำลังมองหาเว็บเกมเดิมพัน ที่มีเกมมากมายให้คุณได้เล่น เว็บเราตอบโจทย์คุณแน่นอน

Categories
รีวิวหนัง

รีวิว หนังแฟนตาซี “CLIFFORD THE BIG RED DOG”

รีวิว หนังแฟนตาซี “CLIFFORD THE BIG RED DOG” แล้วคุณจะหลงรักน้องหมา

ในช่วงเวลาที่เหน็ดเหนื่อยจากการโดนโลกภายนอกทำร้ายจิตใจให้บอบช้ำ มันคงจะดีถ้าวันร้าย ๆ ของเรายังมีเพื่อนคู่ใจคอยปลอบประโลม บางสิ่งที่คุณอาจไม่ได้ตามหามัน แต่มันมาหาคุณเอง เหมือนกับ หนัง
แฟนตาซี
เรื่อง “CLIFFORD THE BIG RED DOG” ที่พร้อมจะร่ายมนตร์สมานรอยแผลด้วยเจ้าก้อนปุยขนสีแดงสี่ขาตัวนี้

หนังแฟนตาซี เพื่อนตัวเล็กกลับกลายเป็นใหญ่ยักษ์เพียงชั่วข้ามคืน

“เอมิลี่ อลิซาเบธ(ดาร์บี้ แชมป์)” เด็กสาวร่างเล็กผู้เพิ่งย้ายโรงเรียนมาใหม่ ถูกเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันบูลลี่และคอยกลั่นแกล้งเสมอ วันหนึ่งเธอบังเอิญเจอแคมป์ที่พักพิงของสัตว์ ในนั้นมีหมาน้อยสีแดงน่ารักแต่เธอไม่สามารถเลี้ยงไว้ได้ ทว่าตกเย็นมาดันเจอว่ามันแอบมาอยู่ในกระเป๋า และในคืนนั้นเองเจ้าลูกหมาตัวเล็กได้กลายเป็นลูกหมาตัวโตเกือบสามเมตร นั่นแหละจุดเริ่มต้นของ หนังแฟนตาซี เรื่องนี้

ถึงเวลาช่วยเหลือเพื่อนตัวใหญ่ในหนังเรื่องนี้

ไม่ว่าหนังเรื่องใดก็ย่อมมีตัวร้าย หนังแฟนตาซี เรื่อง “CLIFFORD THE BIG RED DOG” ก็เป็นเช่นเดียวกัน ถึงแม้เจ้าลูกหมาไซส์บิ๊กนามว่า “คลิฟฟอร์ด” จะไม่ได้ไปทำร้ายใคร เล่นสนุกไปวัน ๆ แต่ดันมีองค์กรหนึ่งชื่อว่า “ไลฟ์โกร” ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งดัดแปลงพันธุกรรมสัตว์หลากหลายชนิด แน่นอนว่าคลิฟฟอร์ดเตะตาหัวหน้าองค์กรนี้อย่างแรง “เอมิลี่” จึงต้องผนึกกำลังกับน้า “เคซีย์(แจ็ค ไวท์ฮอล)” และเหล่าเพื่อนบ้านเพื่อปกป้องคลิฟฟอร์ดกันสุดชีวิต

ความรักความผูกพันในครอบครัว

ถึงแม้ว่าตอนที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวบอกว่าน้า “เคซีย์” ต้องมาเป็นพี่เลี้ยงสักสามวัน เป็นข้อเสนอที่ดูจะไม่ค่อยถูกใจ “เอมิลี่” เท่าไหร่นัก คุณน้าชายใช้ชีวิตอยู่ท้ายรถส่งของ กินและนอนอยู่ที่นั่น แต่เขาก็รักเอมิลี่ที่สุด ต้องมาลุ้นกันว่าสุดท้ายแล้วน้า “เคซ๊ย์” จะพิสูจน์ตัวเองได้หรือไม่ นับเป็นอีก หนังแฟนตาซี แนะนำที่ควรดูกันแบบครอบครัว

ครบรสทั้งสุข เศร้า ซึ้งกินใจ หนังแฟนตาซี ฮีลลิ่งจิตใจที่ไม่ควรพลาด

สถานการณ์ Covid-19 ทำให้ หนังแฟนตาซี น้องหมาตัวใหญ่สีแดงถูกเลื่อนฉายไปหลายครั้ง เกือบจะไม่ได้ฉายแล้วด้วยซ้ำ เส้นทางทุลักทุเลพอสมควร ยิ่งยากลำบากยิ่งออกมาดี สมกับเป็นหนังแฟนตาซีสนุกที่
ต้องดู
เพราะคุณจะไม่ได้แค่ความแฟนตาซี แต่ได้ฮีลลิ่งจิตใจอันบอบช้ำด้วยการกอดเจ้าหมาแล้วนอนหลับไป หรือวิ่งเล่นไปพร้อมกับมันท่ามกลางฟ้าสีครามสดใส มอบความรักของคุณให้แก่สิ่งที่คุณรักจนตัวใหญ่เท่า “CLIFFORD THE BIG RED DOG” 

 

 

 

 

สนับสนุนโดย : 

https://hilospec.com เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1 ที่ได้เปิดให้บริการมาอย่างยาวนาน โดยทางเราเป็นเว็บตรงฝากถอนไม่มีขั้นต่ำที่ยิ่งกว่าเว็บทั่วไป มาพร้อมเกมเดิมพันมากมายแบบไม่อั้นแน่นอน

Categories
รีวิวหนัง

หนังไทย ไทบ้าน × BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ความต่างที่ลงตัว  

หนังไทย ไทบ้าน × BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ความต่างที่ลงตัว  

ภาพยนตร์เรื่อง “ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้” เป็นหนังไทยแนวสนุกสนานตามสไตล์คอมเมดี้ โรแมนติก ดราม่า ในแบบฉบับลูกทุ่งอีสาน เป็นผลงานการกำกับการแสดงของ  สุรศักดิ์ ป้องศร และ ธิติ ศรีนวล ผลิตโดยบริษัท ไอแอม ฟิลม์และเซิ้ง โปรดักชั่น แอนด์ออแกไนเซอร์  เป็นหนังเรื่องที่ 4 ในจักรวาลไทบ้าน ซึ่งเป็นภาคต่อของละครไทยเรื่อง “ไทบ้านเดอะซีรีส์ 2.2” ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากบรรดาแฟนคอหนังไทย ที่ชอบหนังแนวตลกเบาสมอง และเรื่องนี้ได้บรรดานักร้องสาววงไอดอลขวัญใจวัยรุ่นอย่างวง BNK48 ทำให้เป็น”ความแตกต่างที่ลงตัวของวัฒนธรรมไทย อีสาน กับ วงน้องร้องวัยรุ่นสายญี่ปุ่น” บวกความฮา ม่วนฮัก ๆ ของทีมงานไทบ้าน กลายเป็นความสนุกคูณสอง ทำให้หนังไทยเรื่อง“ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้”  ได้รับรางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ประจำปี 2563 ที่ผ่านมาและได้นำมาฉายทางช่องทาง Netflix และ true id  จนต้องนำมารีวิวให้ได้อ่านกันก่อนเพื่อจะได้ไปติดตามชมกัน

รีวิวหนังไทย ไทบ้าน × BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ตลกดีมีสาระ

เรื่องย่อของหนังไทยเรื่อง “ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้” เป็นเรื่องราวของสาวๆวง BNK48 ได้รับมอบหมายจากทางบริษัทต้นสังกัดที่ประเทศญี่ปุ่นให้มาทำเพลงวัฒนธรรมไทยอีสานแบบหมอลำ ทำให้สาวๆวง BNK48จำนวน 8 คน คือ น้ำหนึ่ง, ปูเป้, เนย, แก้ว, โมบายล์, น้ำใส, ตาหวาน และ ไข่มุก ต้องเดินทางมาที่จังหวัดศรีสะเกษ และได้อัครเดช ยอดจำปา (ก้อง ห้วยไร่) กับ ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร (จาลอด ออนเดอะร๊อค) เข้ามาทำเพลงด้วยกัน ทำให้เกิดความสนุกสนานออกแนวป่วนชวนฮากันในทุกฉากทุกตอน จึงเป็นหนังไทยที่ตลกดีและมีสาระ ไม่ใช่เป็นแค่หนังเบาสมองให้ชมแก้เครียดในยุควิกฤตเศรษฐกิจช่วงโควิด 19 ระบาดเท่านั้น แต่เป็นหนังตลกไทย ที่สะท้อนวัฒนธรรมอีสานผ่านทางรูปแบบเพลงหมอลำอีสาน ทำให้เกิดเพลง “โดดดิด่ง” เพลงเอกประจำเรื่องที่โด่งดังฟังกันจนติดหูไปทั้งบ้านเมือง เรียกว่าเป็นการผสมผสานกันระหว่าง “ปลาดิบ”จากญี่ปุ่นที่เข้ากันกับ”ปลาแดก”ที่จับใส่ไหได้แบบลงตัวได้รสชาตินัวๆ แบบทั่วถึง จึงเป็นหนังที่มีสไตล์เฉพาะตัวและชวนให้น่าไปติดตามชมกัน

หนังตลกไทย ไทบ้าน × BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้ ดูดีได้ทุกวัย 

“ไทบ้าน x BNK48 จากใจผู้สาวคนนี้” จึงเป็นหนังไทยอีกเรื่องที่เนื้อเรื่องดี  ดนตรีโดนใจ เหมาะกับทุกวัยที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูยิ่งดีต่อใจ เพราะเป็นหนังตลกไทย สายบันเทิงใจที่ได้ความหลายหลากทางอารมณ์ทั้งฮา ดราม่า และผจญภัย แถมยังได้เข้าใจถึงวัฒนธรรมไทยอีสานผ่านทางบทเพลงหมอลำ ที่น่าหลงใหลผสมเข้าได้กับดนตรีรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว จึงขอยกนิ้วให้เป็น หนังตลกไทย แห่งปี 2563 ที่ต้องไปติดตามชมกันให้ได้ บอกได้เลยว่า ม่วนคัก แล้วจะฮักหลายๆ เด้อ

 

 

 

 

GCLUB จีคลับ เว็บไซต์พนันออนไลน์ บริการคาสิโนออนไลน์ 24 ชั่วโมง ด้วยระบบที่เป็นมาตรฐานระดับสากลออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และรวดเร็ว ไว้คอยให้บริการท่าน

Categories
รีวิวหนัง

รีวิวหนังใหม่  ดินแดนไร้เสียง(A Quiet Place)ภาค 2 ปังกว่าเดิม

 

รีวิวหนังใหม่  ดินแดนไร้เสียง(A Quiet Place)ภาค 2 ปังกว่าเดิม

รีวิวหนังใหม่ ดินแดนไร้เสียง(A Quiet Place)ภาค 2

ในที่สุดก็กลับมาลงจอหนังฉายได้ในเมืองไทยเราสำหรับภาพยนตร์เรื่อง”ดินแดนไร้เสียง” (A Quiet Place)ภาค 2  ซึ่งเป็นหนังภาคต่อจากภาคแรกได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาดเมื่อปี 2018  เป็นผลงานการกำกับและแสดงนำโดย “จอห์น คราซินสกี้” ซึ่งได้ตายไปในภาคแรกเพราะถูกเจ้าสัตว์ประหลาดกิน  แต่ภาค 2 ก็ยังมากำกับต่อในภาคนี้  ทำให้ผู้บทนำจึงกลายเป็น “เอมิลี่ บลันท์” สวมบทคุณแม่ที่ต้องปกป้องลูกทั้ง 3 คนของเธอให้พ้นจากการตามล่าของเจ้าสัตว์ประหลาดที่ไวในการรับรู้เสียงจึงต้องเงียบเสียงเพื่อการอยู่รอด  ”ดินแดนไร้เสียง” (A Quiet Place)  ถือเป็นหนังใหม่ที่น่าดูเรื่องหนึ่งในช่วงวิกฤตการแพร่เชื้อโควิด 19 ที่ทำให้หนังเรื่องนี้เลื่อนแล้วเลื่อนอีกจากจะลงจอฉายในโรงเมื่อเดือนเมษายน เลื่อนมาเป็นมิถุนายน แต่ก็ชมในโรงได้ไม่กี่จังหวัด จนกระทั่งได้มาฉายในเดือนตุลาคมนี้เองในช่วงคลายล็อค  หนังเรื่องนี้จึงเหมาะที่จะไปนั่งดูในโรงหนัง เพราะจะได้อรรถรสในการชมมากว่านั่งดูผ่านทาง online  แต่ใครที่ไม่อยากไปโรงหนังเพราะเกรงว่าจะเสี่ยงการติดเชื้อโควิดก็รอชมผ่านทาง online ได้เช่นกัน จึงขอนำหนังใหม่มารีวิวให้ได้อ่านกัน

ดินแดนไร้เสียง(A Quiet Place) หนังใหม่ 2021 ที่ห้ามพลาด

เรื่องย่อของหนังใหม่ในปีนี้เรื่อง ”ดินแดนไร้เสียง” (A Quiet Place) ภาค 2 เป็นการดำเนินเรื่องต่อจากภาคแรกซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดช่วงปี 2020  หลังจากผ่านไป 3 เดือนที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ บนโลกถูกกำจัดโดยสัตว์ประหลาดจากต่างดาวที่ออกล่าเหยื่อจากการฟังเสียง ดังนั้น เอฟเวลลิน  (รับบทโดยเอมิลี่ บลันท์) ต้องปกป้องลูกทั้ง 3 ของเธอโดยลำพังเพราะสามีของเธอได้จากไปแล้ว   ครอบครัวแอ็บบอต์ทจึงต้องอาศัยอยู่ด้วยความเงียบเพื่อจะอยู่รอดให้ได้ ทำให้เกิดเรื่องราวที่ชวนระทึกขวัญแบบห้ามกระพริบตาในแต่ละฉาก ถือเป็นหนังใหม่ 2021 ที่ห้ามพลาดชมโดยเด็ดขาด เพราะลุ้นกันแทบจะลืมหายใจในทุกฉากเลย 

ดินแดนไร้เสียง(A Quiet Place)หนังใหม่ 2021 ระทึกขวัญสนั่นจอ

ดินแดนไร้เสียง(A Quiet Place) เป็นหนังใหม่ ในปี2021นี้ ที่ถูกกล่าวถึงจากแฟนหนังที่ต้องห่างหายไปจากโรงหนังไปหลายเดือน เมื่อมีหนังใหม่เข้าโรงฉายก็ไม่ควรพลาดที่จะไปชม เพราะเป็นหนังแนวระทึกขวัญลุ้นกันสนั่นจอ จนได้รับการยกย่องว่าเป็น หนังใหม่ 2021 ที่น่าจะปังและดังไม่แพ้ภาคแรกในปี 2018 แม้ว่าจะเป็นหนังในความเงียบแต่มีความสนุกตื่นเต้นให้ลุ้นกันแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ ที่สำคัญทำให้เห็นความรักของแม่ที่สุดแสนประทับใจที่ยอมเสี่ยงภัยปกป้องลูกรักให้รอด เวลาแม่ลูกกอดกันแทบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ดูแล้วเป็นหนังดราม่าในคราบของหนัง Sci-fi ชัด ๆ  ถือเป็น หนังใหม่ 2021 ที่ควรจะไปดูสมกับการรอคอยจริง ๆ 

 

 

 

สนับสนุนโดย :

สมัครบาคาร่า ที่เว็บคาสิโน888 เราเป็นเว็บคาสิโนที่สมัครง่ายที่สุด เกมคาสิโน สล็อต บาคาร่าเล่นง่าย ได้เงินจริง และยังสามารถดาวน์โหลดเอาไว้เล่นบนโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้

Categories
รีวิวการ์ตูน

รีวิวสุดยอดการ์ตูน “ดาบพิฆาตอสูร”(Kimetsu no Yaiba)

ดาบพิฆาตอสูร สุดยอดการ์ตูนแห่งความสำเร็จที่ไม่ดูไม่ได้แล้ว

เชื่อว่าในวินาทีนี้คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก สุดยอดการ์ตูนชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นที่ชื่อว่า “ดาบพิฆาตอสูร” (Kimetsu no Yaiba) ที่โด่งดังไปทั่วโลกและเป็นการ์ตูนสุดฮิตที่ติดกันงอมแงในประเทศไทยของเรา โดย “ดาบพิฆาตอสูร” (Kimetsu no Yaiba) เป็นผลงานการเขียนของ โคโยฮารุ โกโตเกะ ได้นำมาตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็งจัมป์  มาตั้งแต่ปี 2016 ได้รับความนิยมจนสำนักพิมพ์ชูเอฉะได้จัดพิมพ์ในรูปแบบรวมเมื่อปี 2019 และขายได้มากกว่า 25 ล้านเล่ม จนได้นำเข้าขายในประเทศไทยโดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ ซึ่ง“ดาบพิฆาตอสูร”ได้ถูกนำมาสร้างเป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นทางโทรทัศน์และได้รับรางวัล Newtype Anime Awards ถือเป็นสุดยอดการ์ตูนแห่งปี 2019 ต่อมาได้นำมาฉายในโรงภาพยนตร์ทำให้โด่งดังไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย และในปี 2021 การได้มีการสร้างต่อในภาคที่ 2 และกำลังฉายในช่องทาง Netflix และอื่น ๆ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2021 ที่ผ่านมา ได้รับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่องกลายเป็น การ์ตูนญี่ปุ่น สุดฮิตชนิดที่ไม่ดูไม่ได้แล้ว จึงอยากจะรีวิวแบบมาสปอยให้อ่านกัน 

รีวิว“ดาบพิฆาตอสูร”สุดยอดการ์ตูนญี่ปุ่น ขวัญใจมหาชน 

“ดาบพิฆาตอสูร” (Kimetsu no Yaiba) ถือเป็นการ์ตูนของประเทศญึ่ปุ่นที่เป็นขวัญใจมหาชนคนทุกชาติด้วยเนื้อหาโปรดักชั่นที่ดีเยี่ยม บท,ภาพและซาวด์เสียงเว่อร์วังปังแบบครบรสจริง ๆ สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็น การ์ตูนญี่ปุ่น และเป็นอนิเมะ พากย์ไทย ที่ได้ใจเหล่าบรรดาคอหนังการ์ตูนไปตามๆกัน โดย  “ดาบพิฆาตอสูร” (Kimetsu no Yaiba) เป็นเรื่องราวของ “คามาโดะ ทันจิโร่” เด็กหนุ่มที่ครอบครัวของเขาถูกเหล่าอสูรฆ่าตายจนหมก เหลือแต่เพียงเขา และน้องสาวที่ชื่อ “เนะซึโกะ”เท่านั้นที่รอดตายมาได้ แต่น้องสาวของเขากลับกลายเป็นอสูรไปด้วย ทำให้ “ทันจิโร่”ต้องออกเดินทางไปผจญภัยเป็นนักล่าอสูรเพื่อกำจัดให้สิ้นรวมทั้งเพื่อวิธีการที่จะทำให้น้องสาวของเขากลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิมให้ได้  ทำให้เกิดเรื่องราวการผจญภัยที่สนุกได้ทุกตอน นอกจากนี้ยังได้อินไปกับศิลปะวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตแบบชาวญี่ปุ่นในสมัยยุคไทโช ในช่วงประมาณปี 1912-1926 อันมีเสน่ห์ที่ชวนติดตามชม

“ดาบพิฆาตอสูร”สุดยอดการ์ตูนญี่ปุ่น ที่ควรค่าแก่การติดตาม

การ์ตูน“ดาบพิฆาตอสูร” (Kimetsu no Yaiba) นอกจากจะให้ความสนุกสนานครบทุกรสชาติแล้ว ถือเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ที่ควรค่าแก่การติดตามเพราะให้สาระแก่คิดรวมถึงทำให้เราได้เข้าถึงและเข้าใจในศิลปะวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตแบบชาวญี่ปุ่นทั้งการแต่งกาย อาหารการกิน ตลอดจนศิลปะการต่อสู้ด้วยดาบอันเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้ติดตาม ยิ่งได้นำมาถ่ายทอดเป็นอนิเมะ พากย์ไทย ทำให้ง่ายยิ่งขึ้นในการซึมซับและรับรู้ถึงบทบาทอารมณ์ของทุกตัวละครได้เป็นอย่างดี เป็นหนังการ์ตูนที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูยิ่งดี แถมการันตีด้วยรางวัลอนิเมะยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 อีกด้วย ทำให้ไม่ดูไม่ได้แล้ว  ต้องไปติดตามชมกันเองได้ทาง Netflix และช่องทางอื่น ๆ ชมแล้วบอกได้เลยว่า “ว้าว” 

 

 

 

สนับสนุนโดย : 

https://sa-game.bet/สมัครบาคาร่า888/ เว็บบาคาร่าและคาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุด พร้อมโปรโมชั่น2022 ฝากถอนออโต้ไม่มีขั้นต่ำ

Categories
รีวิวหนัง

รีวิวหนังซอมบี้ มหาวิบัติสงคราม Z (World War Z) 

มหาวิบัติสงคราม Z (World War Z)  หนังซอมบี้ในดวงใจ

ภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่อง “มหาวิบัติสงคราม Z” (World War Z) เป็นนวนิยายชื่อดังที่ติดอันดับนวนินายขายดีของ New York Times Best Seller  ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขียนโดย แม็กซ์ บรูกส์ และได้นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จากการกำกับโดย “มาร์ก ฟอร์สเตอร์” และได้พระเอกมากความสามารถอย่าง “แบรด พิตต์” มารับบทตัวนำ แถมยังเป็นผู้อำนวยการสร้างด้วยตัวเองอีกด้วย โดย “มหาวิบัติสงคราม Z” เป็นเรื่องราวการทำสงครามระหว่างคนกับไวรัสที่ทำให้คนกลายเป็น “ซอมบี้” และภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉายในประเทศไทย วันที่ 20 มิถุนายน 2556  และได้กลายเป็น “หนังซอมบี้ในดวงใจ”ของคอหนังชาวไทยหลายคนมาจนถึงปัจจุบันนี้ ยิ่งช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ยิ่งทำให้คนจำนวนมากไปติดตามชมกันใน Netflix กันอย่างล้นหลาม จนต้องขอนำมารีวิวให้ได้อ่านกัน ก่อนจะต้องไปตามหาดูกันใน Netflix ต่อไป  

รีวิวหนังซอมบี้ มหาวิบัติสงคราม Z  เรื่องดี CG เนียนตา ท้าสยอง

ภาพยนตร์เรื่อง “มหาวิบัติสงคราม Z” (World War Z) ถือเป็นหนังซอมบี้สุดฮิตและที่น่าติดตามชม โดยมีเรื่องย่อพอสังเขปดังนี้  เจอร์รี่ เลน (รับบทโดยแบรด พิตต์) อดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนของสหประชาชาติ(UN) และครอบครัวต้อง หนีเอาชีวิตรอดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ทำให้คนกลายเป็น “ซอมบี้” และเมื่อใครก็ตามถูกซอมบี้กัดจะกลายร่างเป็นซอมบี้ทันทีภายใน 12 วินาที ทำให้เจอร์รี่ เลน ต้องพาครอบครัวไปลี้ภัย และเดินทางไปทั่วโลกเพื่อจะหาวิธีในการทำสงครามกับเหล่าซอมบี้ที่ระบาดไปทั่วโลก ต้องติดตามชมกันต่อไปว่า “มหาวิบัติสงคราม Z” คนหรือซอมบี้ ฝ่ายใดจะชนะ เชื่อว่าใครที่ได้ชม หนังซอมบี้ Netflix เรื่องนี้แล้ว จะต้องชื่นชอบในเนื้อเรื่องที่เข้มข้นเร้าใจในทุกตอน แทบจะไม่อยากจะลูกไปไหนเพราะสนุกตื่นเต้นลุ้นระทึกขวัญกันในทุกตอน แต่ขอบอกไว้ว่าแม้จะไม่ใช่เป็นคอหนังซอมบี้ก็ดูเรื่องนี้ได้ เพราะไม่ได้มีภาพโหดดิบแบบเลือดสาดให้ติดตา แต่มีการใช้เทคนิคภาพที่สวยงามดูเนียนตา ไม่มีสะดุดอารมณ์ ดูแล้วมีความสมจรังสมจัง ถึงได้ถูกยอมรับกันว่าเป็น หนังซอมบี้ Netflix ที่ไม่ควรพลาด เรียกว่า ก่อนตายต้องดูได้ ไม่ได้ดูแล้วจะต้องเสียดายตายเลย

รีวิวหนังซอมบี้ Netflix  มหาวิบัติสงคราม Z เรื่องนี้ต้องดูก่อนตาย!  

เชื่อว่าใครที่ได้ชมหนังซอมบี้ เรื่อง “มหาวิบัติสงคราม Z” แล้วจะต้องบอกกล่าวเล่นให้คนอื่นฟังต่อเป็นแน่ ขอแนะนำว่า หนังซอมบี้ Netflix เรื่องนี้ต้องดูก่อนตายให้ได้ เพราะว่าเป็นหนังซอมบี้ที่มีบทดราม่าให้ได้น้ำตาคลอกัน หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่เนื้อหาที่โหดลากไส้กันอย่างเดียว แต่เป็นการฉีกกฎของหนังซอมบี้ที่เคยดูมาก่อน เดาเนื้อเรื่องกันไม่ได้เลยว่าจะลงเอยแบบใด ใครที่ยังไม่ดูหนังเรื่องนี้ก็ขอบอกได้เลยว่าพลาดแล้ว   ยังไงก่อนตายควรจูให้ได้นะบอกไว้ก่อน

 

 

 

สมัครบาคาร่า

Categories
รีวิวซีรี่ย์

รีวิว ซีรีย์ NETFLIX “THE DEVIL JUDGE ผู้พิพากษาปีศาจ”

รีวิว ซีรีย์ NETFLIX “THE DEVIL JUDGE ผู้พิพากษาปีศาจ” เมื่ออำนาจศาลอยู่ในมือประชาชน

ซีรีย์เรื่อง “THE DEVIL JUDGE ผู้พิพากษาปีศาจ” เป็น ซีรีย์ NETFLIX ที่เล่าว่าเมื่อประเทศเกาหลีตกอยู่ในยุคดิสโทเปียกว่าสองปี หลายพื้นที่กลายเป็นสลัม อาชญากรรมเกลื่อนเมือง และผู้มีอำนาจต่างพากันสูบเลือดเนื้ออย่างไม่แยแสเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มิหนำซ้ำยังมีการสร้างศาลพิพากษาเป็นรายการไลฟ์สด ซึ่งทั้งหมดเป็นแผนการเรียกเรตติ้งของเหล่าผู้มีอิทธิพลที่สุดในประเทศ โดยได้นำ “คังโยฮัน(จีซอง)” มานั่งตำแหน่งหัวหน้าผู้พิพากษา ทว่าเขาจะตัดสินโดยชอบธรรมหรือเอนเอียง จะกลายเป็นดั่งเทพหรือปีศาจแห่งศาล?

ซีรีย์ NETFLIX เมื่อประชาชนสามารถโหวตเพื่อตัดสินการพิพากษาได้

ใน ซีรีย์ NETFLIX เรื่องนี้นอกจากจะมีการพิพากษาแบบไลฟ์สดแล้ว ยังมีการโหวตเรียลไทม์จากผู้ชมทั้งประเทศเพื่อตัดสินจำเลยว่ามีความผิดจริงหรือบริสุทธิ์ ทำรูปแบบเหมือนรายการวาไรตี้โชว์ทั่วไป ส่วนหน้าที่การสอบสวนและดำเนินการยังคงเป็นของผู้พิพากษาทั้งสามคน หนึ่งในนั้นมี “คิมกาอน(จินยอง)” เป็นชายหนุ่มที่ถูกผู้พิพากษาสูงสุดส่งมาเป็นหูตาเพราะไม่ไว้ใจ “คังโยฮัน” ตัวเขาไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและยึดมั่นในกระบวนการยุติธรรม จึงเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญของซีรีย์จิตวิทยา NETFLIX เรื่องนี้

ซีรีย์ NETFLIX เนื้อเรื่องดาร์กเข้มข้นจัดเต็ม มุ่งสู่จุดต่ำสุดของการเป็นมนุษย์

นอกจากฉากการพิพากษาในศาล ใน ซีรีย์ NETFLIX เรื่องนี้ทำให้เห็นการสืบสวน จิตวิทยา การก่ออาชญากรรม และแอ็คชั่น ใครเป็นแฟนซีรีย์ดาร์กๆ NETFLIX ต้องไม่พลาด ไม่แนะนำสำหรับใครที่ไม่ได้เตรียมใจรับเนื้อหารุนแรง เพราะถึงจะบอกว่าอยู่ในศาล แต่ส่วนใหญ่แล้วจะได้เห็นนักแสดงระเบิดอารมณ์ใส่กัน ระหว่างนักการเมือง ระหว่างประชาชน และระหว่างผู้พิพากษาด้วยกันเองก็ยังมี เรื่องราวดำมืดมากมายกำลังรอการโดนเปิดโปง

ผู้พิพากษาที่ไม่ไว้ใจผู้พิพากษา

เป็นซีรีย์ NETFLIX ที่ควรดู เพราะหลัง “คิมกาอน” ได้สืบสาวเบื้องลึกเบื้องหลังของ “คังโยฮัน” เขาพบความจริงอันน่าตกใจหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภายในครอบครัว หรือเศษเสี้ยวจิตใจอันบิดเบี้ยวตอนวัยเด็ก ทั้งหมดก่อรวมเป็นความไม่ไว้วางใจ แต่ยิ่งถลำลึกลงไปเท่าไหร่ ยิ่งเจอหลักฐานมากแค่ไหน “คิมกาอน” กลับได้คำถามย้อนกลับมาหาตัวเองทุกครั้งว่าแท้จริงแล้ว หัวหน้าผู้พิพากษาอย่าง “คังโยฮัน” เป็นปีศาจหรือไม่ และความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของเขาถูกต้องหรือไม่ ซีรีย์ NETFLIX จะพาคุณไปหาคำตอบพร้อมกัน

สุดท้ายแล้ว ใครกันเป็นมนุษย์ ใครกันเป็นปีศาจ ร่วมหาคำตอบใน ซีรีย์ NETFLIX

แม้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ทว่าคำสั่งทำโทษว่ามีอะไรบ้างนั้นขึ้นอยู่กับศาลพิพากษา แต่ละคดีเกี่ยวข้องกับผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองทั้งสิ้น ดังนั้นโทษอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่การจำคุกไม่ถึง 10 ปี บางรายเลวร้ายกว่านั้นมาก แต่ ณ ตอนนั้นประชาชนน้อยคนจะสนใจว่ามันป่าเถื่อนขนาดไหน ซีรีย์ NETFLIX เรื่อง “THE DEVIL JUDGE ผู้พิพากษาปีศาจ” จึงทิ้งคำถามคาใจไว้ให้ผู้ชมว่าผู้พิพากษา “คังโยฮัน” เพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือที่เป็นปีศาจ หรือจริง ๆ แล้วทุกคนเป็นปีศาจที่รอคอยการปลุกขึ้นมากันแน่