Categories
รีวิวซีรี่ย์

ซีรีย์เกาหลี“Forcasting Love and Weather พยากรณ์วันนี้ มีรักบางแห่ง”

ซีรีย์เกาหลีโรแมนติก “Forcasting Love and Weather พยากรณ์วันนี้ มีรักบางแห่ง”

พบกับ ซีรีย์เกาหลีโรแมนติก ใหม่ล่าสุด “Forcasting Love and Weather พยากรณ์วันนี้ มีรักบางแห่ง” ซึ่งได้พระนางมากฝีมือรับประกันความฟิน ทั้งซงคงที่เคยมีผลงานเรื่อง Nevertheless และ
พัคโบยอง เลขาสาวจาก What’s Wrong With Secretary Kim? เรียกได้ว่าเป็นการจับคู่กันของสองคนที่น่าจับตามองมาก แล้วด้วยตัวพล็อตเรื่องที่ปูด้วยการทำงานของนักพยากรณ์อากาศแห่งกรมอุตุวิทยา ยิ่งทำให้องค์รวมของซีรีย์เรื่องนี้น่าดูมากขึ้นไปอีก

ซีรีย์เกาหลีโรแมนติก เรื่องวุ่น ๆ ณ กรมอุตุวิทยา

ซีรีย์เกาหลีโรแมนติก เรื่องนี้ เริ่มต้นจาก “จินฮากยอง(พัคโบยอง)” นักชำนาญการประจำศูนย์ใหญ่ของกรมอุตุฯ เธอกำลังจะจัดงานแต่งงานในอีกหนึ่งเดือน แต่จากการทำงานที่ผิดพลาดส่งผลให้หัวหน้าทีมผู้มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว ตัดสินใจลาออกจากงานเพราะทนรับความกดดันไม่ไหว “ฮากยอง” จึงขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าแทน แต่แล้วว่าที่สามีของเธอ “ฮันกีจุน(ยุนพัค)” ซึ่งทำงานด้วยกันในกรมอุตุฯ กลับลักลอบมีชู้ งานแต่งงานล่มไม่เป็นท่าไม่พอ เธอยังตกเป็นขี้ปากชาวบ้านจากศูนย์กรมอุตุฯ ทั่วประเทศ

หากคุณกำลังตามหาพระเอก Hot Nerd ซีรีย์เกาหลีโรแมนติก เรื่องนี้มีให้

ซีรีย์เกาหลีโรแมนติก ที่มีพระเอกเป็น Hot Nerd นั้น จัดเป็นซีรีย์เกาหลีโรแมนติกฟินๆ ทันที เรื่องราวของ “อีชีอู(ซงคัง)” ผู้พยากรณ์อากาศได้อย่างแม่นยำ ประจำศูนย์ปริมณฑล ไม่รู้ว่าเพราะชื่อ “ชี” ที่แปลว่า เวลา กับ “อู” ที่แปลว่า ฝน รวมกันเป็น “ฝนตกในเวลาที่เหมาะสม” หรือเปล่าที่ทำให้เขาเก่งกาจด้านนี้เป็นพิเศษ เขามักพูดเกี่ยวกับอากาศจนแฟนสาว “แชยูจิน(ยูรา)” รู้สึกเบื่อและขอเลิกรา ขณะที่เขาได้ย้ายมาประจำที่ศูนย์ใหญ่ก็ได้เจอกับ “ฮากยอง” หัวหน้าทีมที่เขาเคยสบประมาททางโทรศัพท์จนเธอต้องขับรถไปเจอหน้าเมื่อครั้งก่อน

เส้นความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงใน ซีรีย์เกาหลีโรแมนติก

จะเป็นอย่างไรถ้าคนสองคนที่เคยคบกันอยู่ในที่ทำงานเดียวกัน “ยูจิน” อดีตแฟนของ “ชีอู” แต่งงานกับ “กีอุน” อดีตว่าที่สามีของ “ฮากยอง” และดูเหมือน “ฮากยอง” กับ “ชีอู” จะแอบมีความสัมพันธ์กันแบบลับ ๆ ในออฟฟิศของเหล่านักพยากรณ์อากาศ เค้าลางความยุ่งเหยิงของ ซีรีย์เกาหลีโรแมนติก เรื่องนี้ส่อแววฝนตกมาแต่ไกล สุดท้ายจะกลายเป็นซีรีย์เกาหลีโรแมนติกดราม่าหรือไม่ คงต้องไปลุ้นกันเอาเอง หาซีรีย์เกาหลีน่าดูโรแมนติกได้แล้วที่ NETFLIX เรื่อง “Forcasting Love and Weather พยากรณ์วันนี้ มีรักบางแห่ง

 

 

 

เว็บบอล

Categories
รีวิวหนัง

รีวิว หนัง NETFLIX หักมุมที่สุดยิ่งกว่าใคร เรื่อง “GONE GIRL เล่นซ่อนหาย”

รีวิว หนัง NETFLIX หักมุมที่สุดยิ่งกว่าใคร เรื่อง “GONE GIRL เล่นซ่อนหาย”

ย้อนรอย หนัง NETFLIX  ที่ออกฉายตั้งแต่ปี 2014 เรื่อง “GONE GIRL เล่นซ่อนหาย” ขอเกริ่นก่อนเลยว่าหากใครคอหนัง NETFLIX แนวหักมุมแล้วหักมุมอีก หักในหัก หักแบบชนิดที่ถ้าเป็นรถก็คงขับตกเหวอย่างไม่ต้องสงสัย ทุกการกระทำของตัวละครที่คุณคิดว่าก้าวตามทัน แต่จริง ๆ แล้วบทเดินนำเหล่าผู้ชมไปมาก ด้วยผลงานจากนวนิยายยอดฮิตจาก Gillian Flynn ที่แม้แต่ Stephen King เจ้าพ่อนิยายสยองขวัญยังออกมายกย่อง อ่านมาถึงตรงนี้คงเริ่มสงสัยกันแล้วว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังสยองขวัญงั้นหรือ?

หนัง NETFLIX  ผมนึกภาพตอนทุบหัวกะโหลกสวยได้รูป คลี่กระจายลอนสมองเพื่อค้นหาคำตอบ

คำพูดเปิดเรื่องดูน่ากลัวว่า “นิก ดันน์ (เบน แอฟเฟล็ค)” จะทำร้ายภรรยาสาวสวยอย่าง “เอมี่ ดันน์ (โรซามุนด์ ไพค์)” ไม่นานหลังจากนั้นก็ได้ทราบข่าวว่าภรรยาของเขาได้หายตัวไปในวันครบรอบแต่งงาน ส่งผลให้สามีกลายเป็นผู้ต้องสงสัย เนื้อเรื่องสามีฆ่าภรรยามีเพราะปัญหาภายในมีอยู่ถมเถทั่วไป แต่ หนัง NETFLIX เรื่องนี้ ใครจะรู้เบื้องหลังถึงความซับซ้อนของจิตใจคนที่ยากจะหยั่งถึง จนอยากคลี่กระจายลอนสมองเพื่อค้นหาคำตอบ

หนัง NETFLIX ที่เป็นสุดยอดความระทึกขวัญและปมสลับซับซ้อน

รีวิวหนัง : Gone Girl - เล่นซ่อนหาย - LCDTVTHAILAND

ในช่วงแรกบรรยากาศ หนัง NETFLIX อาจพาไปให้ผู้ชมเทใจไปว่า “นิก” เป็นคนลงมือทำทั้งหมด แต่ยิ่งถลำลึกเข้าไปกลับมองเห็นถึงตัวตน เขาเป็นคนเรื่อย ๆ ออกจะไปทางเฉื่อย ทำตัวซ้ำเดิม และน่าเบื่อ ดูเป็นผู้ชายธรรมดาไม่เหมือนภรรยา “เอมี่” เธอมีความทะเยอทะยาน มีความกล้า แต่ในขณะเดียวกันกลับลึกลับอ่านออกยากกว่าสามีมาก สมเป็นหนังดังจาก NETFLIX 

เก่งเรื่องทำผู้ชมสับสน

ระหว่างเรื่องราวที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพราะจากทีแรกเข้าข้าง “เอมี่” เต็มที ไป ๆ มา ๆ ชักได้กลิ่นประหลาด เพราะ “นิก” ดูไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรจริง ๆ แม้ตำรวจจะพบเจอหลักฐานหลายชิ้นที่บ่งชี้ไปถึงตัวเขา แต่การแสดงออกของเขาทำให้ผู้ชมคลางแคลงใจ เมื่อเรื่องมาถึงจุดกลางที่เหมือนจะเป็นการเฉลย ตอนนั้นผู้ชมคงคิดว่า หนัง NETFLIX เรื่อง “GONE GIRL เล่นซ่อนหาย” มาจนสุดทางแล้ว แต่เปล่าเลย หลังจากเฉลยก็ยังวกกลับมาตลบหลังได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก กระทั่งไม่สามารถไว้ใจใครในเรื่องได้อีกเลย

เป็นอีกหนึ่ง หนัง NETFLIX ที่การันตีคุณภาพด้วยองค์ประกอบอันลงตัว

Gone Girl - Crítica

หนัง NETFLIX เรื่องนี้ได้กวาดรางวัลภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม, ภาพยนตร์ระทึกขวัญยอดนิยม และนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม ต้นฉบับที่เป็นนวนิยายก็ติดอันดับขายดี ส่วนผู้กำกับ David Fincher เองก็เคยฝากผลงานแนวสืบสวนระทึกขวัญมาแล้ว ทั้ง Se7en(1995) และ Zodiac(2007) งานภาพการเล่าเรื่องสไตล์ตัดภาพ Flashback ไปมา ร้อยเรียงต่อกัน โทนสีฟ้าชวนให้ผู้ชมเกิดความสงสัยตลอดทั้งเรื่องนั้น องค์ประกอบเหล่านี้นี่เองที่ว่าถ้ามีคนถามดูหนังอะไรใน NETFLIX ก็ขอตอบ “GONE GIRL เล่นซ่อนหาย

 

 

 

เว็บบอล

Categories
รีวิวหนัง

ชวนดู หนังติดเรท เปิดมุมมองความสัมพันธ์ “LOVE AND LEASHES รักจูงรัก”

ชวนดู หนังติดเรท เปิดมุมมองความสัมพันธ์ “LOVE AND LEASHES รักจูงรัก”

ส่งตรงใหม่ล่าสุดขึ้นแท่นแนะนำหนังติดเรท NETFLIX กับเรื่องราวสุดแซ่บแต่ไม่โป๊เปลือย เปิดมุมมองความสัมพันธ์อีกแง่หนึ่งของ หนังติดเรท จากแดนเกาหลีใต้ “LOVE AND LEASHES รักจูงรัก” มาพร้อมบทบาทใหม่ของสองนักแสดง “จุน (จากวง U-Kiss)” และ “ซอฮยอน (จากวง SNSD)” ที่จะตีแผ่รสนิยม BDSM ให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจ

หนังติดเรท อะไรคือรสนิยม BDSM?

ใครเป็นแฟน หนังติดเรท อาจรู้จักเป็นอย่างดี แต่สำหรับใครที่ไม่เคยเห็นตัวอักษรสี่ตัวนี้มาก่อนนั้น B มาจาก Bondage แปลว่าทาส หรือคนเล่นตามคำสั่ง D มาจาก Dominant แปลว่าคนออกคำสั่ง S มาจาก Submission แปลว่าการกระทำโดยยินยอม และ M มาจาก Masochism แปลว่าการมีความสุขจากความเจ็บปวดนั่นเอง ทั้งหมดนี้อาจเคยเห็นผ่านหูผ่านตาในหนังฟอร์มยักษ์อย่าง Fifty Shades of Grey

หนังที่เปิดความสัมพันธ์แบบลับ ๆ กลางออฟฟิศ

เรื่องราวใน หนังติดเรท เรื่อง “LOVE AND LEASHES รักจูงรัก” เริ่มเมื่อ “จองจีอู(ซอฮยอน SNSD)” บังเอิญพบของเล่นผู้ใหญ่ในกล่องพัสดุที่เธอเข้าใจผิดว่าเป็นของตัวเอง แต่ความจริงแล้วกล่องนั้นเป็นของ “จองจีฮู(อีจุนกยอง)” รองหัวหน้าแผนก ความสัมพันธ์แบบทาสชายกับนายหญิง เพราะมีรสนิยมชอบ BDSM เหมือนกัน จึงเกิดขึ้นแบบลับ ๆ

ลองเปิดใจให้กับของเล่นผู้ใหญ่

มี หนังติดเรท อีกหลากหลายเรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความสยิวกิ้วกับของเล่นผู้ใหญ่ ขณะที่เรื่องนี้ติดเรท คือไม่มีฉากอนาจารแต่อย่างใด เป็นเพียงการเติมเต็มรสนิยมของกันและกันด้วยการสวมบทบาทสมมติ ฝ่ายหญิงเป็น Dominant ส่วนฝ่ายชายเป็น Submission ซึ่งจะเห็นได้ในโปสเตอร์หลากหลายอันที่ระบุตำแหน่งของ “จีอู” กับ “จีฮู” อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าแม้ตัวโตเป็นผู้ใหญ่แต่ก็ยังสามารถมีของเล่นได้คล้ายกับวัยเด็ก ของเล่นเพื่อความบันเทิง ไม่ใช่เชิงเปลือยกายแต่อย่างใด

หนังติดเรทที่ไม่มีฉากเซ็กซ์

เมื่ออ่านมาจนถึงตอนนี้ อาจคิดว่าจะได้เห็น Sex Scene ใน หนังติดเรทLOVE AND LEASHES รักจูงรัก” เรื่องนี้แน่นอน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น เรื่องนี้ไม่มีฉากอย่างว่าเลย เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่รับรองได้ว่าถ้าดูแล้วจะกระชุ่มกระชวยหัวใจ กับรักใส ๆ (?) ของหญิงชายคู่หนึ่ง และมันจะได้ขึ้นแท่นแนะนำหนังติดเรท NETFLIX ที่สร้างความประทับใจ เรียกเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และสิ่งสุดท้ายที่อยากฝากไว้คือไม่ว่าคุณจะมีรสนิยมแบบไหนก็ไม่ผิด เพียงแต่ต้องไม่เดือดร้อนคนอื่น และหาคนที่รับตัวตนนั้นของคุณได้ก็พอแล้ว

 

 

 

เว็บบอล

Categories
รีวิวหนัง

หนังแอคชั่น การรวมตัวของตัวท็อปแห่งฮอลลีวู้ดใน “Red Notice”

หนังแอคชั่น การรวมตัวของตัวท็อปแห่งฮอลลีวู้ดใน “Red Notice”

หนังแอคชั่น ฟอร์มยักษ์ “Red Notice” จับเอานักแสดงแถวหน้าระดับท็อปของฮอลลีวู้ดมารวมกัน ชนิดที่ว่าแค่เห็นชื่อก็รับประกันความปัง ทั้ง “Gal Gadot”, “Ryan Reynolds” และ “Dwayne Johnson” คิวบู๊ระดับพระกาฬ เสน่ห์ของตัวหลักแต่ละคน และพล็อตหักมุมแบบคาดไม่ถึง นี่แหละหนังแอคชั่นสนุกๆ ที่คุณกำลังตามหา

หนังแอคชั่น อะไรคือ Red Notice

Red Notice” หรือหมายแดงนั้น มันคือหมายจับระดับสูงที่สุด ออกโดยองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศหรือที่เรียกกันว่าตำรวจสากล เป็นหมายจับอาชญากรที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในโลก ซึ่งในเรื่องนี้ปรากฎอยู่สองชื่อคือ “โนแลน บูธ(Ryan Reynolds)” และ “บิชอป(Gal Gadot)” อันเป็นสองนักแสดงที่ผ่านหนังแอคชั่นระดับซูเปอร์ฮีโร่มาแล้ว ส่วน “จอห์น ฮาร์ทลีย์(Dwayne Johnson)” ก็ไม่น้อยหน้า เป็นถึงเจ้าหน้าที่พิเศษ จากหน่วยวิเคราะห์พฤติกรรมของเอฟบีไอ 

อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจใคร หนังสอนไว้อย่าได้ลืม

ก่อนที่คุณจะคิดว่า หนังแอคชั่นRed Notice” นั้นจะมีแต่ฉากบู๊ถล่มเมืองเพราะไหน ๆ ก็รวมตัวพ่อตัวแม่ขนาดนี้แล้ว ต้องขอบอกว่าบทภาพยนตร์พาไปไกลกว่าหนังแอคชั่นต่อสู้ทั่วไปมากโข ด้วยชั้นเชิงการเล่าเรื่องที่ชวนให้ผู้ชมตั้งคำถามแทบจะทุกครั้งที่ตัวละครต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง ความเชื่อใจที่เพิ่มพูนมากขึ้นก็ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย ขอเตือนไว้เลยว่าอย่าไว้ใจใครง่าย ๆ

“มันไม่สำคัญหรอกว่าเราทำอะไร อยู่ที่ว่าคนอื่นคิดว่าเราทำอะไรมากกว่า”

หนึ่งในคีย์เวิร์ดของความเชื่อใจคือการที่ต่างฝ่ายต่างเปิดใจซึ่งกันและกัน โดยประโยคด้านบนมาจากปากของ “บูธ” โจรปล้นงานศิลป์ที่โลกต้องการตัวที่สุด หลังดูไปจนถึงกลางเรื่องจะพบว่าทั้งสามตัวละครหลักมีอดีตน่าขมขื่นอันเป็นตัวแปรสำคัญให้เลือกเส้นทางสายนี้ นี่ยิ่งทำให้ หนังแอคชั่น เรื่องนี้น่าติดตามมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม มันน่าติดตามว่าหนังจะพาไปสู่จุดไหนนอกจากซีนบู๊ล้างผลาญ

หากคุณกำลังตามหา หนังแอคชั่น ที่ดูแล้วไม่เครียด หักมุม ฉากบู๊ดีเลิศ นักแสดงยอดเยี่ยม 

เสน่ห์ของ หนังแอคชั่น มีมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น ต่อสู้ระยะประชิด ยิงปืน ระเบิด ขับรถ ขับเฮลิคอปเตอร์และอีกมากมายที่ทำให้เรื่องนี้เป็นหนังแอคชั่นต่อสู้ เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอก มุกตลกที่ไม่ฝืดเคืองตามสไตล์ Ryan Reynolds ทำให้เรื่องนี้เป็นหนังแอคชั่นคอมเมดี้ แน่นอนว่ายังเป็นทั้งหนังแอคชั่นผจญภัย และหนังแอคชั่นสืบสวน มัดรวมหมด ครบจบสูตรหนังแอคชั่นน่าดู ตามไปพิสูจน์กันได้ที่
Red Notice” ใน NETFLIX



เว็บบอล

Categories
รีวิวซีรี่ย์

รีวิวซีรี่ย์เกาหลี “โฮมทาวน์ ชะชะช่า” 

“โฮมทาวน์ ชะชะช่า”ซีรี่ย์เยียวยาใจให้รอยยิ้ม

ภาพยนตร์ละครซีรี่ย์ดังแห่งปี 2021 ของประเทศเกาหลีใต้เรื่อง“โฮมทาวน์ ชะชะช่า” เป็นละครซีรี่ย์ใหม่จำนวน 16 ตอนจบ ที่โด่งดังทางสถานีโทรทัศน์ tvN และเพิ่งนำมาฉายทางช่อง Netflix ของประเทศไทย เมื่อเดือนสิงหาคม 2021 ที่ผ่านมานี้เอง ละครซีรีย์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับการแสดงของ ยูเจวู เขียนบทโดย ชินฮาอึน ซี่งได้มีการดัดแปลงมาจากเรื่อง Mr. Handy, Mr. Hong ที่เคยโด่งดังเมื่อปี 2004 ละครเรื่องนี้ได้ คิม ซอน-โฮ และชิน มิน-อา มารับบทนำและทั้งคู่ยังได้รับเลือกให้เป็นคู่รักที่ดีที่สุดประจำปี2021 จากการสำรวจโดย JoyNews24 นิตยสารชื่อดังของเกาหลีใต้

ละครซีรี่ย์เรื่องนี้ยังช่วยเยียวยาสำหรับคนที่เคยผิดหวัง และยังสร้างรอยยิ้มและให้กำลังใจ จึงขอนำมารีวิวให้ได้อ่านกันก่อนที่จะไปชมกัน 

“โฮมทาวน์ ชะชะช่า” ซีรี่ย์ดูชิวๆแบบ feel good

ละครซีรี่ย์เรื่อง “โฮมทาวน์ ชะชะช่า” เป็นละครซีรี่ย์โรแมนติกแต่มีความสนุกเฮฮามาเต็มแบบครบเครื่อง ตั้งแต่ต้นเรื่องจนตบตอน ดูได้ไม่เบื่อ เรื่องนี้หากชมก่อนนอนตั้งแต่หัวค่ำ ชมแล้วจะชอบ เลยชมตั้งแต่ตอนแรกเผลอแป๊ปเดียว รู้ตัวกันอีกที เวลาผ่านไปจนถึงเกือบจะหัวรุ่งในตอนเช้า ความรู้สึกมันเป็นแบบนี่เอง เรียกว่าดูกินชิวๆได้ฟิวความรู้สึกดีจริง ๆ 

เรื่องย่อของละครเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ “ยุนฮเยจิน”(ชิน มิน-อา) ทันตแพทย์สาวสวยคนเก่งที่ทำงานในคลินิกแห่งหนึ่งในกรุงโซล ชีวิตกำลังไปได้ดีแต่มีปัญหาขัดแย้งกับเจ้าของคลินิก ทำให้เธอตัดสินใจลาออกและเดินทางไปที่หมู่บ้านกงจิน สถานที่ที่เธอเคยไปเที่ยวและมีความทรงจำที่ดีกับคุณแม่ก่อนที่คุณแม่ของเธอจะเสียไป เธอตั้งใจจะมาเปิดคลินิกที่หมู่บ้านแห่งนี้ และได้มาพบกับ “ฮงดูชิก”(คิม ซอน-โฮ) หรือ”หัวหน้าฮง”ตามที่ชาวบ้านตั้งให้เพราะเขาทำงานได้ทุกอย่างตามคำเรียกร้องและยินดีช่วยเหลือตามที่ชาวบ้านขอร้อง หัวหน้าฮงได้มาช่วยยุนฮเยจินเปิดคลีนิกรักษาฟันและเรื่องราวทั้งหมดจึงเกิดขึ้น ณ หมู่บ้านกแห่งนี้ โดยทั้งคู่มีความคิดวิธีการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแต่ปฏิกริยาที่เรียกว่า “ความรัก” ทำให้ทั้งสองมีเคมีที่เข้ากันได้ และยังมีเรื่องราวสนุกป่วนฮาจากชาวบ้านเข้ามาสร้างสีสัน รวมทั้งยังมีอุปสรรคปัญหามากมายที่ต้องเผชิญ และสุดท้ายเรื่องราวจะลงเอยอย่างไร ต้องไปติดตามชมกัน

““โฮมทาวน์ ชะชะช่า””ซีรี่ย์งานดี ภาพสวย วิวสวย

ละครซีรีย์เรื่องนี้อีกเรื่องที่แฟนละครเกาหลีแบบสุดติ่ง ต้องไม่พลาดชมเนื่องจากเมื่อรับชมแล้วต้องยกให้เรื่องนี้เป็นซีรี่ย์ฟินจิกหมอน เพราะงานดี บทดี ภาพสวยด้วยความงดงามของฉากในเมืองริมทะเลที่สวยงาม รวมทั้งยังมีภาพวิวสวยๆ ชวนน่าชมกัน ที่สำคัญคือ พระเอกและนาวเอกเรื่องนี้เคมีเข้ากันมากและดูฟินอินกันได้ทุกตอน โดยเฉพาะ คิม ซอน-โฮ ที่รับบท ”หัวหน้าฮง” ถือว่าดูดีมีเสน่ห์ด้วยลักยิ้มและแววตาที่จิกแฟนติ่งเกาหลีจนแทบใจละลาย และได้มาประกบกับชิน มิน-อา ถือว่าเป็นคู่จิ้นในฝันกันเลยทีเดียว ดูแล้วฟินจิกหมอนกันแทบจะขาด รวมทั้งได้ภาพวิวสวยๆ แล้วถือว่าเรื่องนี้งานดีมาก แต่ละฉากมีความสนุกสนาน เดินเรื่องได้ไม่น่าเบื่อ  

“โฮมทาวน์ ชะชะช่า” ซีรี่ย์ดีต่อทุกวัย ดูได้ทุกครอบครัว

ละครซีรีย์เรื่องนี้ จัดเป็นละครซีรี่ย์ครอบครัวที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ถือเป็นละครที่ดูได้ทุกครอบครัว ทให้สำนึกรักบ้านเกิด นอกจากนี้ยังให้ข้อคิดให้กำลังใจในชีวิต ช่วยเยียวยารักษาใจหลายคนที่ประสบปัญหาในชีวิต ลองหลีกหนีจากความวุ่นวายและให้เวลากับตัวเองในที่สงบเงียบท่ามกลางทะเล ท้องฟ้าและคลื่นลม บางทีความผิดหวังก็ถูกเยียวยาไปและได้คนที่เป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือให้กำลังใจก็ทำให้เรื่องร้ายมันผ่านไปได้ด้วยดี ละครเรื่องนี้มีข้อคิดดี ๆ ในเรื่องฝากไว้คิดได้แบบไม่ยัดเยียดและมีความลงตัว จึงเหมาะเป็นละครที่เหมาะกับทุกครอบครัวที่สามารถชมได้

“โฮมทาวน์ ชะชะช่า” ซีรี่ย์ดีมีครบทุกรส จบในเรื่องเดียว

ละครซีรีย์เรื่องนี้ จัดเป็นละครซีรี่ย์ครอบครัวที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ถือเป็นละครที่ดูได้ทุกครอบครัว ทให้สำนึกรักบ้านเกิด นอกจากนี้ยังให้ข้อคิดให้กำลังใจในชีวิต ช่วยเยียวยารักษาใจหลายคนที่ประสบปัญหาในชีวิต ลองหลีกหนีจากความวุ่นวายและให้เวลากับตัวเองในที่สงบเงียบท่ามกลางทะเล ท้องฟ้าและคลื่นลม บางทีความผิดหวังก็ถูกเยียวยาไปและได้คนที่เป็นเพื่อนที่ช่วยเหลือให้กำลังใจก็ทำให้เรื่องร้ายมันผ่านไปได้ด้วยดี ละครเรื่องนี้มีข้อคิดดี ๆ ในเรื่องฝากไว้คิดได้แบบไม่ยัดเยียดและมีความลงตัว จึงเหมาะเป็นละครที่เหมาะกับทุกครอบครัวที่สามารถชมได้

“โฮมทาวน์ ชะชะช่า” ซีรี่ย์ดีมีครบทุกรส จบในเรื่องเดียว

ละครซีรี่ย์เรื่องนี้ความมีครบทุกรส ที่จบในเรื่องเดียว ใครไม่ได้ดูถือว่าพลาดแล้ว ให้ความรู้สึกว่าเป็นซีรี่ย์ Feel good ที่มีความกลมกล่อมแบบลงตัว ทั้งภาพเสียงและดนตรีประกอบ ตอบโจทย์คนที่ชอบความหลากหลายของละคร เพราะแต่ละตอนมาครบทุกรสทั้งสนุกสนาน แมนติก แถมมีดราม่าให้น้ำตานองแต่เป็นการร้องไห้แบบตื่นตันใจเพราะความรู้สึกได้รับการเยียวยาจากบาดแผลที่เกิดจากความผิดหวัง โดยเฉพาะหัวหน้ฮงเป็นตัวอย่างที่เขาได้รับการเติมเต็มทำให้แก้ไขปัญหาความบาดเจ็บในอดีตได้ เรื่องนี้มีหลายตอนที่ให้ข้อคิดเอาไว้ 

“โฮมทาวน์ ชะชะช่า”ซีรี่ย์ดีมีคติสอนใจ

สิ่งที่ทำให้ละครซีรีย์เรื่อง“โฮมทาวน์ ชะชะช่า”เป็นซีรี่ย์ที่ควรดูอย่างยิ่งคือการแทรกคติสอนใจในแต่ละตอน ทำให้เข้าใจและเรียนรู้ถึง บาดแผลของหัวหน้าฮงยากจะเยียวยาแค่ได้รับการช่วยเหลือจากยุนฮเยจินทำให้ได้รับการแก้ไข รวมทั้งยังให้คติสอนใจสำหรับทุกคนที่ได้รับชม 

“โฮมทาวน์ ชะชะช่า” ซีรี่ย์ดีดนตรีเพราะกินใจ

ละครเรื่องนี้เป็นละครซีรี่ย์ใน Netflix อีกเรื่องหนึ่งที่กินขาดด้วยดนตรีประกอบเพลงที่เพราะกินใจ เนื่องจากมีเพลงที่หลากหลายและได้อารณ์ต่าง ๆ ครบทุกรสไม่ว่าจะเป็น เพลงที่ให้อารมณ์ฟังแล้วสดใส ผ่อนคลาย อย่างเช่น Romantic Sunday , One Sunny Day เพลงที่ให้อารมณ์โรแมนติกสุดประทับใจอย่างเช่น My Romance , The Image of You นอกจากนี้ยังมีเพลง Wish และ Be the Light ที่สื่ออารณ์โศกเศร้า ทำให้ฟังแล้วมีดราม่าน้ำตาไหล แต่ก็เพราะจับใจ ขอชมทีมงานที่ใส่บทเพลงทำให้เรื่องนี้มีสีสันมากเลยทีเดียว  

“โฮมทาวน์ ชะชะช่า”ซีรี่ย์เรื่องนี้ ดูแล้วหลงรักเลย

ใครที่ได้ชมละครเรื่องนี้แล้ว แทบจะหมดคำถามว่าทำไมละครเรื่องนี้จึงเป็นซีรี่ย์สุดฮิตประจำปีนี้ เชื่อว่าใครได้ดูแลวจะหลงรักเลย ใครที่ยังไม่ได้ชมต้องรีบไปชมกันให้ได้ ถ้าไม่อยากจะพลาดละครซีรีย์แห่งปีเรื่องนี้ 

 

 

เว็บบอล

Categories
รีวิวซีรี่ย์

รีวิวซีรี่ย์เกาหลี ชีวิตนักเรียนกฎหมาย(Law School)

รีวิวซีรี่ย์เกาหลี ชีวิตนักเรียนกฎหมาย(Law School)

“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย” คดีสืบสวนชวนติดตาม ซีรี่ย์กฎหมายท้าทายหาคำตอบ ซีรี่ย์เกาหลี ระทึกใจได้ชมแล้วจะต้องชอบ

ภาพยนตร์ละครซีรี่ย์เรื่อง“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย”(Law School)เป็นละครซีรี่ย์ใหม่ที่เพิ่งฉายจบกันไปในประเทศเกาหลีใต้ทางช่อง JTBC เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2021 ที่ผ่านมานี้เอง และได้นำมาฉายในประเทศไทยเราทางช่อง Netflix มีจำนวน 16 ตอนจบ เป็นผลงานการกำกับการแสดงของ คิมซอกยุนและเขียนบทโดยซออิน ที่ร่วมกันถ่ายทอดเรื่องราวของชีวิตนักเรียนในสถาบันสอนกฎหมายของประเทศเกาหลีใต้ออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งเนื้อหาที่เข้มงวดในข้อกฎหมายแต่มีความสนุกแบบเข้มข้นครบรส ทำให้เรื่องกฎหมายไม่น่าเบื่อหน่ายแต่ชวนติดตาม โดยมี 3 ดารานำมาช่วยเติมแต่งรสชาติในครบเครื่องครบรส นั่นคือ “คิมมยองมิน” รับบทเป็น “ยางจองฮุน” อดีตอัยการระดับหัวกะทิมาดเข้ม, “คิมบอม” รับบทเป็น “ฮันจุนฮวี” นักเรียนกฎหมายสายหล่อเท่และดูมีเสน่ห์ และ “รยูฮเยยอง” แสดงเป็น “คังซอลเอ” นักเรียนกฎหมายสายหวานแต่มีหัวใจนักสู้ และยังมีดาราสบทบท่านอื่นที่มาช่วยทำให้เรื่องราวสนุกและน่าสืบสวนค้นหาคำตอบ ชมแล้วจะต้องชอบไปตามๆกันเลย จึงขอรีวิวให้อ่านก่อนจะเข้าไปชมกัน

“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย” คดีมีเงื่อนงำเพื่อแก้ไขหาคำตอบ

ละครซีรี่ย์เรื่อง “ชีวิตนักเรียนกฎหมาย”เป็นละครอีกเรื่องที่เป็นซีรี่ย์ที่สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดกับนักเรียนกฎหมายของมหาวิทยาลัยฮันกุก ซึ่งเป็นสถาบันสอนกฎหมายชั้นแนวหน้าของประเทศเกาหลีใต้

เรื่องราวเกิดขึ้นจากการที่อาจารย์ประจำของสถาบันแห่งนี้คนหนึ่งได้เสียชีวิตลงอย่างมีปริศนาเงือนไข เพราะไม่ใช่การฆ่าตัวตายแต่เป็นการฆ่าอำพรางคดีแบบผู้รู้กฎหมายและมีคำถามมากมายเกิดอะไรที่เหล่านักเรียนกฎหมายจะต้องค้นหาคำตอบให้ได้ว่า ใครกันแน่เป็นคนร้ายตัวจริง? คงจะต้องหาคำตอบ ด้วยการติดตามชมกันในซีรีย์เรื่องนี้ 

“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย” ซีรี่ย์กฎหมายดูได้ไม่น่าเบื่อหน่าย

ละครซีรีย์เรื่องนี้แม้ว่าเนื้อหาเน้นเรื่องของกฎหมายแต่มีการดำเนินเรื่องได้น่าสนใจดูแล้วไม่น่าเบื่อ รวมถึงนักแสดงแต่ละคนสวมบทบาทได้อย่างดีจนเมื่อชมแล้วทำให้อินว่าเป็นนักเรียนกฎหมายจริง ๆ ที่สะท้อนเรื่องราวออกมาได้น่าสนใจในมุมมองที่แปลกใหม่ ทำให้ได้ข้อคิด แถมยังมีบทดราม่าแบบซึ้งๆ ทำให้มีน้ำตาซึมกันบ้างในบางตอน และมีความระทึกขวัญทำให้ลุ้นในแต่ละฉากตามสไตล์ซีรี่ย์แนวสืบสวนที่ชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบตอน แทบไม่อยากจะลุกไปไหนเพื่อให้อารมณ์ค้าง เมื่อได้ชมแล้วต้องชมให้จบตอนกันเลย ทั้งนี้เพราะความมันเป็นเหตุสังเกตได้

“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย” ซีรี่ย์ดีต่อใจ ดูได้ทุกคนสนุกทุกวัย

ละครซีรีย์เรื่องนี้เป็นซีรี่ย์ในNetflixที่น่าติดตามชมกันเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นละครซีรี่ย์ที่ดีต่อใจ ดูได้ทั้งครอบครัว สำหรับละครเรื่องนี้ จุดเด่นคือการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจในเรื่องกฎหมายที่ควรรู้ ไม่ว่าเป็นใครที่ได้ชมก็จะสามารถเข้าใจได้ไม่ได้ซับซ้อนเหมือนหนังสืบสวนคดีฆาตกรรมบางเรื่องชมแล้วเครียด แถมยังทำให้จิตตกหดหู่กันไป แต่เรื่องนี้ดูแล้วจิตไม่ตกแถมสามารถยกเป็นตัวอย่างสอนกฎหมายให้กับคนในครอบครัวได้ ทำให้ละครเรื่องนี้ต้องขอเชียร์ให้ชม และชื่นชมผู้กำกับและคนเขียนบท รวมถึงนักแสดงแต่ละคนที่ทำการบ้านอย่างดี ถ่ายทอดได้อารณ์สมกับเป็นมืออาชีพจริง ๆ ที่ลงรายละเอียดและถ่ายทอดอย่างลงตัว

“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย” ซีรี่ย์ดีมีครบทุกรส จบในเรื่องเดียว

ละครซีรี่ย์เรื่องนี้ความมีครบทุกรส ที่จบในเรื่องเดียว  แม้ว่าจะเป็นหนังซีรี่ย์ฆาตกรรมแต่ก็ให้ทั้งเนื้อหาเรื่องกฎหมายแบบเข้มๆ แต่มีบทดราม่าซึ้งๆ และมีเรื่องความรักหวานๆผสมผสานความฮาแบบกวนๆของนักเรียนกฎหมายสายบันเทิง ที่ใครเป็นติ่งละครซีรี่ย์เกาหลีไม่ควรพลาด เพราะมีความสมจริงสมจังในทุกฉากทุกตอน ที่มีความใส่ใจในรายละเอียดที่มีการสะกอรอยตรมหลักฐานทั้งลายนิ้วมือ คำให้การในศาล รวมทั้งการพิพากษา บอกเลยว่าเดากันไม่ถูก มีแกงกันแบบหักมุมจากคนเขียนบทและผู้กำกับในหลายตอน ใครที่ไม่ได้ดูเอง ก็จะคุยกับใครไม่ร้เรื่องกันเลย 

“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย” ซีรี่ย์ดีมีคติสอนใจ เรียนรู้สู้ชีวิต

สิ่งที่ทำให้ละครซีรีย์เรื่อง“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย” นี้เป็นซีรี่ย์ที่ควรดูอย่างยิ่งคือการแทรกคติสอนใจในแต่ละตอน ทำให้เข้าใจและเรียนรู้การที่ต้องต่อสู้จากความยากลำบากของชีวิต การเผชิญโชคชะตาและปัญหาอย่างมีสติ การมีวิชาความรู้เป็นสิ่งที่สำคัญเป็นพลังผลักดันความสำเร็จให้ชีวิต เมื่อชมละครเรื่องนี้แล้วต้องยอมรับว่าการเป็นนักเรียนกฎหมายนั้นยากมากแต่จะมีสิ่งที่ยากกว่าคือการใช้กฎหมายเพื่อรักษาความยุติธรรมในสังคม ที่เมื่อเรียนจบขากสถาบันออกไปต้องนำไปใช้เพื่อความสำเร็จ

“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย” จิ๊กซอว์สมบูรณ์คือความแตกต่าง

ละครเรื่องนี้ยังให้ข้อคิดในเรื่องความสามัคคีเป็นพลังที่ฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่าง ๆไปได้ รวมถึงความแตกต่าง ๆที่ช่วยเติมเติมทำให้ภาพจิ๊กซอว์นั้นสมบูรณ์แบบ ทุกปัญหาในชีวิตสามาถช่วยกันแก้ไขได้ด้วยการร่วมมือกัน ไม่ใช่แย่งกันต่อแต่ภาพย่อยของตนเอง แต่ต้องช่วยภาพรวมให้เสร็จสมบูรณ์ ภาพย่อยก็จะสำเร็จด้วย

“ชีวิตนักเรียนกฎหมาย” ซีรี่ย์ดีมีคติสอนใจ ดูแล้วรักเลย

บทสรุปละครเรื่องนี้มีความหักมุมที่ไม่อยากจะสปอยแต่ต้องไปติดตามชมกันเอง แต่ต้องบอกเลยว่าจะเรื่องนี้เป็นซีรี่ย์ไม่ควรพลาด ใครที่ได้ชมจะต้องหลงรัก เพราะเป็นละครสะท้อนชีวิตจริง แม้จะเริ่มต้นด้วยความตายของอาจารย์และมีการท้าทายข้อกฎหมายที่ต้องค้นหาคำตอบ แต่จบด้วยการแจ้งเกิดของนักเรียนกฎหมายรุ่นใหม่ที่เตรียมตัวจบและออกไปเพื่อผดุงความยุติธรรมให้กับสังคม เหมาะสมสำหรับการได้เข้าไปชมละครซีรีย์เรื่องนี้ ทำให้ได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวของกฎหมายและการสืบสวนคดีต่าง ๆ ที่ไม่น่าเบื่อหน่ายแต่มีความเข้มเข้มครบรส สมกับเป็นละครยอดฮิตอีกเรื่องที่ฉายใน Netflix ใครที่ยังไม่ได้ชมก็ไปชมกันเลย บอกได้ว่ามันดีต่อใจนะจ๊ะ 

 

 

เว็บบอล

Categories
รีวิวซีรี่ย์

รีวิวซีรีย์เกาหลี “Shadow Beauty”ความสวยในเงามืดน่าค้นหา

ละครซีรี่ย์ของประเทศเกาหลีใต้เรื่อง “Shadow Beauty” ถือได้ว่าดีเกินคาดที่ไม่ควรพลาดชม แม้ว่าซีรีย์จะไม่ถูกพูดถึงมากนักก่อนเริ่มฉายแต่เมื่อฉายไปแล้วติดกันแบบงอมแงม ชมแล้วติดใจกันอย่างแพร่หลาย คล้ายกับเชื้อโควิดแต่ไม่มีพิษภัย เป็นละครซีรี่ย์ไม่ควรพลาด มีจำนวน 13 ตอนจบ ตอนละ 20 นาทีเท่านั้น ถือว่าสั้นมาก ดูไปแล้วจะรู้สึกว่าแป๊บเดียวจบ ต้องติดตามตอนต่อไป ดูแล้วจะประทับใจ อยากให้มีภาคต่อ โดยเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากเว็บตูนชื่อเดียวกันซึ่งเป็นผลงานของ “Ahum” และ “อีซึงยอง” ได้นำมาถ่ายทอดออกมาเป็นละครซีรีย์ให้ได้ชมทางช่อง KakaoTV นำแสดงโดย ชิมดัลกี, ชเวโบมิน,อีนากยองและยางฮงซอก สำหรับในประเทศไทยสามารถชมได้ทาง WeTV ที่ได้รับลิขสิทธิ์นำมาฉาย ถือเป็นละครงานดี การันตีความสนุก น่าติดตาม

Shadow Beauty

“Shadow Beauty” ซีรี่ย์ตามติดชีวิต 2 ด้านในโลก 2 ใบ

ละครซีรี่ย์เรื่อง “Shadow Beauty” เป็นละครซีรี่ย์โรแมนติกแต่มีความดราม่าทำให้น่าติดตามและแถมด้วยความสนุกเฮฮาแบบจัดเต็ม ชมได้ตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบตอนแบบไม่น่าเบื่อ เป็นเรื่องราวชีวิต 2 ด้านในโลก 2 ใบของ “กูแอจิน”แสดงโดย “ชิมดัลกี” นักเรียนสาวในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งที่สร้างโลก 2 ใบขึ้น โดยโลกแห่งชีวิตถูกบูลลี่ในเรื่องหน้าตาและรูปร่าง จึงได้สร้างโลกใบที่ 2 จากตัวตนใหม่ที่ชื่อว่า “จินนี่”แสดงโดย “อีนากยอง” เธอเป็นสาวสวยในโลกออนโลน์ที่มีคนติดตามถึง 7 แสนกว่าคนที่กลายเป็น Influencer ผู้ทรงอิทธิพล แม้ว่าในชีวิตจริงของ“กูแอจิน” จะไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก เธอมีเพื่อนสนิทที่คอยให้กำลังใจและช่วยเหลือมาตลอด คือ “อีจินซอง”แสดงโดย“ยางฮงซอก” ทำให้เธอมีกำลังใจในการใช้ชีวิตมักจะถูกบูลลี่จากเพื่อนๆในโรงเรียน แต่วันหนึ่ง “อีจินซอง” ถูกจับได้ว่าเป็น “จีนี่” สาวสวยในโลกออนไลน์ โดย “คิมโฮอิน” แสดงโดย “ชเวโบมินซึ่งเป็นหัวหน้าห้องและต้องการให้“อีจินซอง”ทำตามสิ่งที่เขาสั่งเพื่อแลกกับการปกปิดความลับให้ และเรื่องราวไม่จบแค่นั้น เมื่อมีคนหน้าคล้าย”จีนี่”ย้ายเข้ามาในโรงเรียนเดียวกัน ทำให้เกิดเรื่องราวแห่งความสับสนจนเกิดดราม่าต้องไปติดตามกันว่า สุดท้ายเรื่องราวจะจบอย่างไร 

Shadow Beauty

“Shadow Beauty” ซีรี่ย์โรแมนติกดราม่า น่าติดตาม

ใครที่เป็นแฟนละครเกาหลี ต้องติดตามชมละครซีรีย์เรื่องนี้ให้ได้เพราะละครที่ถ่ายทอดอารณ์ในแต่ละบทบาทของตัวละครได้อย่างดีเยี่ยมทำให้ผู้ชมดูแล้วฟิน อินไปกับบทบาทการแสดง ถือเป็นซีรี่ย์ฟินจิกหมอน อีกเรื่องหนึ่งกันเลยทีเดียวเพราะเป็นละครงานดี บทดี โดยเฉพาะตัวเอกของเรื่องคือ “กูแอจิน”ที่แสดงโดย“ชิมดัลกี”เล่นร่วมกับ 2 ตัวละครชายทั้ง เพื่อนที่รู้ใจอย่าง “อีจินซอง”ที่แสดงโดย“ยางฮงซอก” และ“คิมโฮอิน” แสดงโดย “ชเวโบมินซึ่งผู้ที่รู้ความลับของ“กูแอจิน”เล่นกันได้อย่างดีเคมีเข้ากันอย่างมาก คนหนึ่งก็น่าอบอุ่นและอีกคนหนึ่งก็แอบโรคจิตแต่แฝงด้วยความจริงใจ ต้องไปติดตามว่าใครคือพระเอกที่แท้จริงของเรื่องนี้ แต่ขอบอกว่ามีปมดราม่าแบบน่าติดตามต้องไปค้นหาคำตอบกันเอง 

Shadow Beauty

“Shadow Beauty” ซีรี่ย์ดูดีที่แตกต่างจากเว็บตูน 

ละครซีรีย์เรื่องนี้มีการดัดแปลงจากเว็บตูนพอสมควรแต่ทำให้เกิดความแตกต่างที่ดูดีกันคนละอย่าง จัดเป็นละครซีรี่ย์ที่ควรดู โดยเฉพาะคนที่เคยดูจากเวบตูนเรื่องนี้มาก่อนจะเห็นถึงความแตกต่างของละครซีรี่ย์เรื่องนี้ เรียกว่า “ต่างจากเว็บตูนตรงไหนให้เอาปากกามาวงสำหรับคนที่ไม่เคยดูในเว็บตูนมาก่อนยิ่งชมกันได้แบบสบายใจ เพราะไม่รู้ตอนจบมาก่อน แต่บอกได้เลยว่า จบอย่างแตกต่าง มีบทดราม่าและโรแมนติกที่ถ่ายทอดออกมาได้ฟินอินกว่าในเว็บตูน ดังนั้นต้องไปค้นหากันว่าซีรีย์เรื่องนี้ดีอย่างไร 

“Shadow Beauty” ซีรี่ย์ดีมีสาระ ให้ข้อคิดกับชีวิต

ละครซีรี่ย์เรื่องนี้จัดว่า “เด็ด” ดูแล้วเบ็ดเสร็จมีความครบถ้วนทุกรส ที่จบในเรื่องเดียว ใครไม่ได้ดูถือว่าพลาดแล้ว และเป็นซีรี่ย์ที่ทำให้ร้องไห้ ด้วยความประทับใจ รวมทั้งอินไปกับตัวละคร “กูแอจิน” นางเอกที่มีความน่าสงสาร แต่ก็ให้ความสนุกได้ครบทุกอารมณ์ และยังสะท้อนสังคมที่มีทั้งการดูหมิ่นและชื่นชมตามรสนิยมของตน ทำให้เมื่อชมแล้วได้ข้อคิดในชีวิตทำให้เห็นว่าทุกคนมีคุณค่าแม้จะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่าง แต่ก็เสริมสร้างกันได้ในความสามารถที่หลากหลาย เป็นตัวตนของเราได้แบบไม่ต้องอายใคร 

Shadow Beauty

ซีรี่ย์มีคติสอนใจให้เป็นตัวเราที่เราเป็น 

สิ่งที่ทำให้ละครซีรีย์เรื่อง“Shadow Beauty”เป็นซีรี่ย์ดราม่าที่แฝงไปด้วยข้อคิดในการดำเนินชีวิตที่ทำให้รู้ว่า “เราควรจะเป็นตัวเราอย่างที่เราเป็น” และไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใครหรือจะไปเลียนแบบใคร เพราะแต่ละคนมีอัตลักษณ์ที่มีความแตกต่างกัน ทำบทบาทในชีวิตของเราให้ดีที่สุดไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ได้ทำเต็มที่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปแสดงบทบาทของใครในโลกออนไลน์

ซีรี่ย์ดูแล้วฟินแบบกินใจ

ละครเรื่องนี้เป็นละครอีกเรื่องหนึ่งที่ดูแล้วฟินแบบกินใจที่สื่ออารณ์โศกเศร้าแบบดราม่า ความรักโรแมนติกและความสนุกสนานได้ครบ โดยรวมแล้วละครซีรีย์เรื่องนี้สะท้อนความคิดของคนในสังคมไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียน ที่ทำงาน รวมทั้งสังคมโลกโซเชียล ที่ต้องมีการปรับตัวแต่ยอมรับความแตกต่างแต่ไม่ใช่ดูหมิ่นในความแตกต่างทำให้เกิดความแตกแยก จึงเป็นละครน้ำดีที่น่าติดตามมากกว่าละครน้ำเน่าที่ไม่ได้ให้สาระเน้นแต่ความบันเทิงอย่างเดียว

บทสรุป

ใครที่ได้ชมละครเรื่องนี้แล้ว แทบจะหมดคำถามว่าทำไมละครเรื่องนี้จึงเป็นซีรี่ย์สุดฮิตประจำปีนี้ มีความครบถ้วนชวนให้ชม ชมแล้วจะชอบเพราะตอบโจทย์ครบจบในเรื่องเดียว ใครที่ยังไม่ได้ชมต้องรีบไปชมกันให้ได้ ถือเป็นละครดีเกินดาดที่พลาดชมแล้วจะเสียดาย 

เว็บบอล

Categories
รีวิวหนัง

คนระห่ำภารกิจเดือด หนัง Netflix ถ่ายในไทย

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังบู๊ ดูแล้วปัง หนังฝรั่ง ถ่ายทำในเมืองไทย มันเร้าใจใน Netflix

ภาพยนตร์แนวหนังบู๊ ดูแล้วปังเรื่อง “คนระห่ำภารกิจเดือด”(Extraction) ได้ชื่อว่าเป็นหนังสุดฮิตที่ฉายทางช่อง Netflix ที่มาแรงที่สุดในปี 2563 เพราะมียอดผู้ชมถึง 99 ล้านครัวเรือนกันเลยทีเดียว 

หนังแนวบู๊ Action เรื่องถือเป็นหนังที่ทำให้ความน่าเบื่อในช่วงวิกฤตเชื้อโควิด-19 ระบาดหนักที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน แต่เมื่อได้เข้าไปชมหนังเรื่องนี้ทางช่อง Netflix จากความน่าเบื่อหน่ายกลับกลายเป็นความมันแบบยิงกันสนั่น มันได้ในทุกฉาก จนไม่อยากจะละสายตาออกจากหน้าจอไปไหนกันเลย

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังถ่ายเมืองไทยขวัญใจคนทั่วโลก

ภาพยนตร์แนวบู๊ Action เรื่อง“คนระห่ำภารกิจเดือด” เป็นผลงานกำกับของ แซม ฮาร์เกรฟ (Sam Hargrave) อดีตสตันท์แมนตัวพ่อของวงการหนัง Hollywood รวมทั้งทีมงานคุณภาพที่เคยฝากผลงานจาก Avenger End Game นอกเหนือจากนี้ยังได้ “บิ๊กคริส” คริส เฮมส์เวิร์ท (Chris Hemsworth) พระเอกดังจากบทบาทของ Thor เทพเจ้าสายฟ้าอย่าง มารับบทนำของเรื่องนี้ ทำให้กลายเป็นหนังยอดฮิตในช่อง Netflix 

แต่สำหรับแฟนหนังคนไทยนั้น หนังเรื่องนี้ได้ยกกองมาถ่ายทำในประเทศไทยของเรา ทำให้ตัวหนังมีความน่าสนใจทวีคูณมากยิ่งขึ้นไปอีก 

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังถ่ายเมืองไทยใครไม่ดูถือว่าพลาด

สำหรับหนังเรื่อง“คนระห่ำภารกิจเดือด” ซึ่งเป็นประเภทหนังต่อสู้ มีฉากบู๊กันแบบสุดติ่งในเรื่องนี้ มีการถ่ายทำในประเทศไทยของเรา โดยได้ถ่ายทำหนังเรื่องนี้แทนประเทศบังคลาเทศซึ่งไม่สามารถเข้าไปถ่ายทำหนังเรื่องนี้ได้เนื่องจากนโยบายของประเทศ แต่เมื่อได้ชมหนังเรื่องนี้แล้วหากไม่ใช่เป็นคนไทยที่เกิดในประเทศไทย คงจะดูไม่ออกเลย เพราะผู้กำกับและทีมงานได้เก็บรายะเอียดในทุกฉากได้อย่างสมจริงสมจัง สมกับที่เป็นระดับมืออาชีพ ทำให้ฉากของหนังเรื่องนี้ดูเนียนตา แทบจะแยกไม่ออกเลยว่า ตกลงนี่เป็นเมืองไทยหรือบังคลาเทศกันแน่ 

ความพิเศษของหนังเรื่องนี้สำหรับคอหนังที่เป็นคนไทยก็คือ เมื่อชมหนังเรื่องนี้แล้ว ก็อยากจะติดตามไปชมสถานที่จริงว่าฉากนี้มันอยู่ตรงไหนในเมืองไทยของเรา อยากจะไปตามแกะรอยตามเนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้กันเลย

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังบทน้อย แต่เตะต่อยกันมันทุกฉาก

สำหรับเรื่องราวของ“คนระห่ำภารกิจเดือด” ที่อยากจะรีวิวหนังให้ได้อ่านกันก่อนที่จะไปติดตามชมกันในช่อง Netflix

เรื่องย่อพอสังเขปของหนังเรื่อง เป็นเรื่องราวของ “ไทเลอร์ เรค” (คริส เฮมส์เวิร์ท) ผู้เป็นทหารรับจ้างที่มีอดีตอันน่าเจ็บปวดที่เกิดกับครอบครัวของตน นั่นคือการที่สูญเสียลูกชายไปจากโรคร้าย ทำให้โรคร้าย ทำให้เขาเลือกใช้ชีวิตแบบไร้อนาคต และอยู่ไปวัน ๆ จนกระทั่งได้มาทำภารกิจที่ได้ปลุกความระห่ำขึ้นมาอีกในจิตใจของเขาด้วยการช่วยปกป้อง “โอวี่” ลูกชายของเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของประเทศอินเดียที่มีถูกปองร้ายจากศัตรูที่อยู่ภายในประเทศบังคลาเทศ จนเป็นเหตุให้ไทเลอร์ เรค ต้องโชว์ฝีมือการต่อสู้ บู๊ล้างผลาญใส่ศัตรูที่อยู่รอบ ๆตัว เพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ต้องไปติดตามชมกันในหนังกันเอาเองว่าทำได้สำเร็จหรือไม่ ตรงนี้ไม่อยากจะสปอย แต่ต้องคอยติดตามชมกัน

เรื่องราวของหนังอาจจะบทน้อย ไม่ค่อยดราม่าหรือเนื้อหาแบบแน่นๆมากนัก แต่เรื่องเตะต่อยต่อสู้กันแล้ว มันโคตรๆ ขอบอกกันตามตรง สมกับความระห่ำ ที่มีทั้งความโหด มัน แค่ไม่ฮา เพราะเป็นหนังที่สู้รบกันได้สนุกทุกฉาก สมกับเป็นหนังเลือดสาดกันท่วมจอ แต่ก็ไม่ได้น่ากลัว กลับน่าชมสมกับการที่ได้ “บิ๊กคริส” มาเล่นบทนำเรื่องนี้ ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงอีกเรื่อง นอกจากความเป็นเทพเจ้าสายฟ้าที่เราคุ้นตากัน 

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังโปรดักชั่นสุดมันยิงสนั่นจอ

ใครที่ชอบหนังบู๊ Action ที่ทุ่มทุนสร้าง หนังเรื่องนี้ถือว่าได้ สำหรับการสร้างฉากที่ดูอลังการ สมจริง สมจัง เป็นหนังฟอร์มยักษ์ อีกเรื่องหนึ่งที่น่าชมในช่อง Netflix เลยทีเดียว เพราะเป็นหนังโปรดักชั่นแบบสุดมันยิงสนั่นจอ ยิ่งใครได้ชมไปพร้อมกับโทรทัศน์ที่มีเครื่องเสียงแบบ Home Theater รับรองเร้าใจ ได้อารม์มาก เพราะหนังบู๊ Action ที่มีการยิงกันแบบสนั่นจอ เสียงปืนต้องมีความเร้าใจ หากเสียงปืนเร้าใจแล้ว ตัวของหนังก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว หนังเรื่องนี้ถือว่าสอบผ่านแบบเต็มสิบไม่หัก สำหรับโปรดักชั่นแบบจัดเต็มที่คอหนังบู๊ Action ต้องโดนใจ เมื่อได้รับชม

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังฮิตแห่งNetflix น่าติดตาม

เชื่อว่าใครที่ได้ชมหนังเรื่องนี้ คงจะคลายสงสัยเลยว่าทำไมหนังเรื่องนี้ ถึงเป็น หนัง Netflix ที่ฮิตไปทั่วโลก เพราะมีจุดเด่นในเรื่องการทำ effect ให้มีความเร้าใจ สมกับเป็นหนังบู๊ Action โดยเฉพาะศิลปะการต่อสู้ด้วยมือในการชกต่อย หรือการใช้อาวุธเข้าต่อสู้กัน ดูระห่ำแบบไม่มีละเหี่ยใจแบบหนังบางเรื่องที่ทุนน้อย ต่อยกันพอหอมปากหอมคอ แต่เรื่องนี้จัดเต็ม อีกสิ่งที่เป็นจุดเด่นคือ ความเท่ของบิ๊กคริสที่เป็นตัวแบกของหนัง เพราะมีความหล่อเหลาและเท่ห์ในทุกฉาก เรียกว่าหากไม่ได้ บิ๊กคริส เล่นบทนำ เชื่อว่าหนังคงจะลดความน่าสนใจลงไปกว่าครึ่งทีเดียว

“คนระห่ำภารกิจเดือด” หนังสุดมันส์ การันตีดูแล้วไม่ผิดหวัง 

โดยบทสรุปของหนังเรื่องนี้ ถือเป็นหนังสุดมันส์ที่คอหนังบู๊ไม่ควรพลาดชม ไม่แปลกใจเลยที่จะมีภาค 2 ตามมา เพราะกระแสตอบรับของหนังเรื่องนี้แรงจริง สมกับการรอคอยของคอหนังไทยที่นานทีจะได้ชมหนังระดับโลกที่มาถ่ายทำกันถึงเมืองไทยของเรา คงจะภาคภูมิใจไม่น้อย สำหรับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของประเทศไทยเรา ที่ยังคงดึงดูดให้เหล่าผู้กำกับระดับโลกเลือกมาถ่ายทำให้เมืองไทย เชื่อว่าเมื่อผ่านช่วงวิกฤตเชื้อโควิด-19ไปได้ ประเทศไทยของเราจะได้รับโอกาสอีกครั้ง ในการมีหนังดีๆเข้ามาถ่ายทำกัน สำหรับหนังเรื่องนี้ ขอการันตีว่ามันและไม่ควรจะพลาดชมเป็นอย่างยิ่ง

Categories
รีวิวหนัง

“ร่างทรง” หนังไทยดังไกลในต่างแดน

หนังดีฝีมือคนไทย ในคุณภาพระดับหนังเอเชีย

ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ร่างทรง” (The Medium) ได้ชื่อว่าเป็นหนังใหม่ที่มาแรงที่สุดในปี 2564 เพราะเป็นหนังฝีมือของคนไทยที่ไปดังไกลถึงประเทศเกาหลีใต้โดยกวาดรางวัลมาอย่างมากมาย  แม้ว่าจะเพิ่งเข้าฉายในประเทศไทยได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ตั้งแต่ต้นเดือนปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สามารถกวาดรายได้ไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ทำให้เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในปี 2564 นี้ที่ทำรายได้อย่างถล่มทะลายในหลักร้อยล้าน นับจากหลังการผ่อนคลายจากวิกฤตเชื้อโควิด-19 ระบาดหนักในช่วงเวลาที่ผ่านมา ถือเป็นหนังดี ฝีมือคนไทยด้วยคุณภาพระดับเอเชีย 

“ร่างทรง” หนังไทยขวัญใจคนเกาหลี

ภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้เป็นหนังเขย่าขวัญที่แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจากเป็นการจับมือกันระหว่าง GDH บริษัทสร้างภาพยนตร์ระดับคุณภาพของไทย ร่วมกับ Show box บริษัทสร้างภาพยนตร์ชื่อดังของประเทศเกาหลีใต้ เป็นผลงานการกำกับการแสดงของ “โต้ง” บรรจง ปิสัญธนะกูล และได้ นา ฮง-จิน ผู้กำกับและนักเขียนบทชื่อดังของเกาหลีใต้มาช่วยอำนวยการสร้าง 

โดยหนังไทยเรื่องนี้ได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติแห่งพูช็อน ครั้งที่ 25 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมาและสามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Bucheon Best Choice) ในเทศกาลนี้พร้อมทั้งยังกวาดรายได้อย่างถล่มทะลายในประเทศเกาหลีใต้ได้ถึง 248 ล้านบาท นอกจากนี้สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติได้เสนอชื่อภาพยนตร์เรื่อง“ร่างทรง”ให้เป็นตัวแทนของหนังไทยไปชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 94 ในสาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยมอีกด้วย ทำให้หนังไทยเรื่องนี้คงจะไม่ดูไม่ได้แล้ว

หนังไทย “ร่างทรง” คงไม่ดูไม่ได้แล้ว

ภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้เป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริง เป็นเรื่องราวความเชื่อของคนในภาคอีสานครอบครัวหนึ่งที่มีการสืบทอดเชื้อร่างทรงของ “เทพบาหยัน”ซึ่งจะเลือกผู้หญิงในครอบครัวเพื่อสืบทอดทายาทต่อไป โดยเรื่องนี้ได้ “ญดา”นริลญา กุลมงคลเพชร และ“เอี้ยง”สวนีย์ อุทุมมา มารับบทนำในการถ่ายทอดเรื่องราวนี้ทางจอภาพยนตร์ ถ่ายทอดได้อย่างสมบทบาท ชมแล้วถือว่าเล่นได้อย่างสมจริงสมจัง ปังมาก

“ร่างทรง” หนังสารคดีระทึกขวัญชวนให้ติดตาม

สำหรับเนื้อเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของ “นิ่ม” (สวนีย์ อุทุมมา) เธอเป็นผู้หญิงที่ทำหน้าที่เป็นร่างทรงของ “เทพบาหยัน” แต่คนในท้องถิ่นจะเรียกว่า “ย่าบาหยัน” ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำท้องถิ่นในจังหวัดเลย ซึ่งเรื่องเกิดเมื่อมีการสืบต่อทายาทในการทำหน้าที่ของเธอ โดยผู้ที่ถูกเลือกก็ไม่ใช่ใครแต่เป็น “มิ้งค์” (นริลญา กุลมงคลเพชร) ผู้เป็นบุตรสาวของพี่สาวของนิ่ม แต่มีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นกับ “มิ้งค์” โดยตลอด ทำให้ผู้คนท้องถิ่นพากันสงสัยว่าสิ่งที่มาเข้าร่างของ“มิ้งค์” ที่แท้เป็นใครและมีเป้าหมายอะไร ทำให้เกิดเรื่องราวระทึกขวัญแต่ชวนให้ติดตามในทุกฉาก และเดาไม่ได้เลยว่าเรื่องราวจะจบอย่างไร แต่บอกได้เลยว่าเป็นหนังที่ควรดู ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดและมีความสนใจในทุกฉาก

สำหรับภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้เป็นการถ่ายทำแบบหนังสารคดีที่มีเนื้อหาน่าสนใจ อัดด้วยสาระและยังมีการถ่ายทำด้วยมุมกล้องสวยๆ แบบสไตล์เกาหลีผสมผสานวัฒนธรรมไทยได้อย่างลงตัว 

“ร่างทรง” หนังสารคดีที่สมจริงและสมบูรณ์ด้วยการถ่ายทำ

หนังไทยเรื่องนี้เมื่อได้ชมหนังเรื่องนี้แล้วก็อยากจะมารีวิวหนังให้ได้อ่านกันแต่ไม่ขอสปอย ต้องคอยติดตามชมกันเองกันเอง แล้วจะตัดสินใจได้ว่าหนังเป็นอย่างไร เพราะแล้วแต่ความชอบของแต่ละคน แต่ขอบอกว่าชมเรื่องนี้แล้วจะชอบ เพราะเรื่องนี้ตอบโจทย์ในเรื่องความสมจริงสมจังในการถ่ายทำ รวมถึงภาพจากมุมกล้องแนวสารคดี ที่มีการสัมภาษณ์บุคคลในท้องถิ่นถือว่ามีสาระ ได้รับความรู้และข้อคิดจากการติดตามชม 

ถือว่าเรื่องนี้สอบผ่านในด้านเนื้อหา ซึ่งผู้กำกับโต้ง” บรรจง และ นา ฮง-จิน ถ่ายทอดได้อย่างดี ใครที่เคยติดตามหนังของผู้กำกับบรรจงคงจะประทับใจมาแล้วจากเรื่อง “ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ”ที่เป็นหนังระทึกขวัญเช่นกัน นอกจากนี้ยังใส่ความน่าสนใจทำให้หนังดังเหมือนกับเรื่อง “พี่มากพระโขนง” แม้ว่าการกำกับหนังเรื่องนี้จะไม่ได้เป็นแนวสายฮาก็ตาม

“ร่างทรง” หนังถ่ายทอดด้วย Footage ได้อารมณ์และสมจริง

สำหรับหนังไทยเรื่องนี้เป็นหนังที่ใช้การถ่ายทอดด้วยภาพFootage ที่มีมุมกล่องสวยและไม่ขัดอารมณ์ในการตัดภาพไปมาเพื่อจะนำเสนอเรื่องราวแบบสารคดี ถือเป็นงานคุณภาพที่ได้ นา ฮง-จิน มาช่วยอำนวยการสร้าง ถือเป็นงานระดับคุณภาพเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นหนังเรื่องนี้อาจจะมีการดำเนินเรื่องสลับไปมาจากหลายตัวละคร แต่ก็ไม่ทำให้หลุดไปจากเนื้อเรื่องของหนัง ดูแล้วไม่งงหรือทำให้เสียอารณ์ในความไม่สมจริงของตัวละคร ถือผ่านเรื่องนี้สอบผ่านแบบสบายๆ สำหรับสายหนังเวทมนตร์หรือคอหนังระทึกขวัญ ที่ต้องชวนให้ไปดูกันเลย

“ร่างทรง” หนังไทยแห่งปีที่ไม่ควรพลาด

ภาพรวมของหนังไทยเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังดีและเป็นหนังแห่งปีที่ควรจะไปดูเพราะเป็นหนังสารคดีที่มีสาระและให้ความสนุกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ใครหลายคนคิดและจิตนาการไปก่อนที่จะรับชม แน่นอนว่าอาจจะมีฉากน่ากลัวจนขนหัวลุกแต่ก็มีความสนุกอย่างครบรส สมกับมีรางวัลการันตีมาแล้วจากประเทศเกาหลีใต้

“ร่างทรง” หนังไทย “มงลง” สมกับรับรางวัลจากเกาหลี

  สำหรับบทสรุปจาการรีวิวหนังไทยเรื่องนี้ ต้องขอบอกได้เลยว่า เรื่องนี้ “มงลง”สมกับได้รับมงกุฎให้เป็นตัวแทนของหนังไทยให้ไปชิงรางวัลออสการ์กับเขาในครั้งนี้ แม้ว่าหลายคนอาจจะไม่ชอบหนังแนวนี้ และกลัวว่าจะขวัญผวาจนนอนไม่หลับ เมื่อไปรับชม แต่ขอบอกไว้เลยว่า ใครไม่ได้ไปดูถือว่าพลาด เพราะนานทีมีหนังไทยคุณภาพดีมีให้ชมในโรงหนังก็น่าจะไปสนับสนุนหนังไทยกันในดังไปในระดับโลก ใครที่ยังตัดสินใจว่าจะไปชมกันดีไหม ก็รออะไรไปชมกันเลย รับรองไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

Categories
รีวิวซีรี่ย์

“Racket Boys”ซีรี่ย์จุดประกายฝันเพื่อวันสำเร็จ

ภาพยนตร์ละครซีรี่ย์ของประเทศเกาหลีใต้เรื่อง“Racket Boys” เป็นละครซีรี่ย์ใหม่จำนวน 16 ตอนจบ ที่โด่งดังทางสถานีโทรทัศน์ SBS และเพิ่งนำมาฉายทางช่อง Netflix ของประเทศไทย เมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมานี้เอง ละครซีรีย์เรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับการแสดงของ โจยังกวัง และได้ จองโบฮุน เป็นผู้เขียนบทสะท้อนเรื่องราวผ่านจอได้ลงตัว โดยได้ คิมซังคยอง และ โอนารา 2 นักแสดงมากความสามารถมารับบทนำ และยังมีนักแสดงเยาวชนช่วยสร้างสีสันและความน่ารักให้กับหนังเรื่องนี้

ละครซีรี่ย์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวกีฬาที่สร้างแรงบันดาลใจ เป็นละครแนวดราม่าที่มีความสนุกสนานเฮฮาแต่มีสาระที่เหมาะสำหรับทุกคน จึงขอนำมารีวิวให้ได้อ่านกันก่อนที่จะไปติดตามชมกันในช่องทาง Netflix 

“Racket Boys” ละครซีรี่ย์ที่ดีต่อทุกวัย ดูได้ทุกครอบครัว 

ละครซีรี่ย์เรื่อง “Racket Boys” เป็นละครอีกเรื่องทีมีเนื้อหาน่าสนใจแบบไม่ธรรมดาดูแล้วชิว feel good จึงอยากจะรีวิวซีรี่ย์เรื่องนี้ให้ได้อ่านกัน

เรื่องย่อของละครเรื่องนี้ เป็นเรื่องราวของ “ยุนฮยอนจง” (คิมซังคยอง) อดีตนักแบดมินตันมือโปร ที่ต้องมารับงานเป็นโค้ชให้กับเด็ก นักเรียนมัธยมต้นของโรงเรียนเมืองแฮนัมที่เป็นเหมือนโรงเรียนบ้านนอกที่มีเป้าหมายคือการได้เข้าไปแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ แต่ต้องพบกับอุปสรรคมากมายกับเด็กๆจอมแสบที่สร้างแต่เรื่องปวดหัว ที่“ยุนฮยอนจง”ไม่ได้เป็นเพียงโค้ชในสนามเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เหมือนพ่อให้กับเด็กอีกด้วย และต้องมาวัดฝีมือการดวลแร็คเกตกับ“รายองจา”(โอนารา) โค้ชทีมหญิงของโรงเรียนมัธยมอีกแห่งในเมืองเดียว จึงกลายเป็นคู่แค้นแสนรัก หักเหลี่ยมกันแบบน่ารักน่าลุ้น ที่ต้องติดตามกันต่อไปว่า ทีมแบดมินตันจากเมืองแฮนัมจะไปสู่ความฝันได้หรือไม่ แต่บอกได้เลยว่าเป็นละครซีรีย์กีฬาที่ให้ทั้งสาระและความบันเทิงแบบจัดเต็ม

“Racket Boys”ซีรี่ย์กีฬาให้ทั้งสาระและความบันเทิง

ละครซีรีย์เรื่องนี้แม้ว่าเนื้อหาจะเป็นการเล่นกีฬาแต่การดำเนินเรื่องน่าสนใจดูแล้วไม่น่าเบื่อ รวมถึงนักแสดงในเรื่องยังลงทุนไปฝึกซ้อมแบดมินตันกว่า 5 เดือนก่อนจะมาแสดงละครซีรีย์เรื่องนี้ ทำให้สมจริงสมจัง ดูแล้วเนียนตาไม่ว่าจะเป็นการจับไม้ ลีลาการตีและท่วงท่าดูทะมัดทะแมง ไม่ขัดตา แถมยังมีบทดราม่าแบบซึ้งๆ ก็เล่นได้ดีทำให้มีน้ำตาซึมกันบ้างในบางตอน จัดเป็นซีรี่ย์ฟินจิกหมอน อีกเรื่องที่ไม่ใช่แนวละครซีรีย์ของเกาหลีแบบเรื่องอื่น ๆ แต่เรื่องนี้มีสาระและความบันเทิงในเชิงการเล่นกีฬาที่สร้างแรงบันดาลใจให้รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย รวมทั้งความสามัคคี ทำให้เรื่องนี้ดีต่อใจ 

“Racket Boys” ซีรี่ย์เรื่องโปรด ประโยชน์เยอะ

ละครซีรีย์เรื่องนี้ จัดเป็นละครซีรี่ย์ครอบครัวที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ถือเป็นละครโปรดของทุกครอบครัวได้เลย นอกจากนี้ยังชมแล้วยังได้รับประโยชน์ ได้ชมแท็คติกการซ้อม รวมทั้งการแข่งขันแบดมินตันของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นอีกประเทศที่มีนักกีฬาระดับชั้นนำของโลก ยิ่งละครเรื่องนี้ได้นำมาฉาย เป็นช่วงที่ตรงกับกีฬาโอลิมปิกที่ผ่านมาด้วย ทำให้หลายคนแอบมีใจเชียร์นักกีฬาของเกาหลีใต้ไปไม่น้อย

สำหรับละครเรื่องนี้ จุดเด่นคือการนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจ รวมถึงการถ่ายภาพมุมกล้องสวยของเมืองแฮนัม ทำให้หลงรักเลย โดยเฉพาะภาพจากหลังให้ความรู้สึกดูแล้วอบอุ่น สมกับเป็นหนังละครของครอบครัว นอกจากนี้ยังมีความครบรสทั้งความสนุกสนานให้ตามลุ้นตามเชียร์ มีบทดราม่าและความโรแมนติก ให้ได้ฟินจิกหมอนกันในหลายตอนเช่นกัน ถือว่าครบทุกรส ตอบโจทย์สำหรับเรื่องนี้

“Racket Boys” ซีรี่ย์ดีมีครบทุกรส จบในเรื่องเดียว

ละครซีรี่ย์เรื่องนี้ความมีครบทุกรส ที่จบในเรื่องเดียว ใครไม่ได้ดูถือว่าพลาดแล้ว สมกับเป็นละครซีรี่ย์ใน Netflix ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้หนังเรื่องอื่นๆ ดูแล้วต้องดูจนจบตอนเพราะจะนอนไม่หลับ หากดูแล้วไม่จบตอน ใครที่ชอบละครซีรีย์ของเกาหลีแบบสุดติ่ง จะยิ่งดูยิ่งชอบเพราะเนื้อเรื่องของละครถูกถ่ายทอดผ่านตัวละครแต่ละคร บอกได้เลยว่าแต่ละคนมีความแตกต่างที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว ดูรวมๆแล้วมีสเหน่ห์เหลือเกิน ไม่ได้สปอยเกินจริง เรื่องราวของละครถูกเล่าออกมาอย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ให้ความรู้สึกที่ดึงดูและตราตรึงใจสำหรับผู้ชม จนแทบไม่มีคำว่า “น่าเบื่อ”ผุดขึ้นมาในความคิด มีแต่”น่าเชื่อถือ”ในฝีมือของคนเขียนบท ที่ละครไทยต้องเรียนรู้เอสไว้ เรียกได้ว่าจัดเต็มครบทุกรสชาติภายในเรื่องเดียวแบบไม่มีการยัดเยียดให้ผู้ชม และยังถ่ายทอดวัฒนธรรมและชีวิตในชนบทของเกาหลีใต้ได้อย่างน่าประทับใจอีกด้วย

“Racket Boys”ซีรี่ย์ดีมีคติสอนใจ เรียนรู้ความแตกต่าง

สิ่งที่ทำให้ละครซีรีย์เรื่อง“Racket Boys”เป็นซีรี่ย์ที่ควรดูอย่างยิ่งคือการแทรกคติสอนใจในแต่ละตอน ทำให้เข้าใจและเรียนรู้ถึงความแตกต่างที่จะต้องนำมาหลอมรวมกันเป็นทีมให้ได้จึงจะประสบความสำเร็จ ดังนั้นคำว่า “Teamwork” เป็นสิ่งที่สำคัญทั้งการกีฬาและการดำเนินชีวิต แต่บางครั้ง “Team”ไม่ “work”เพราะขาดความเข้าใจและเรียนรู้ในความแตกต่าง ซึ่งละครเรื่องนี้ถ่ายทอดได้อย่างกลมกล่อม

“Racket Boys” ซีรี่ย์ดีมีคติสอนใจ รู้ไว้สามัคคีคือพลัง

ละครเรื่องนี้ยังให้ข้อคิดในเรื่องความสามัคคีเป็นพลังที่ฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาต่าง ๆไปได้ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ถ่ายทอดได้อย่างดีสำหรับเรื่องนี้ ต้องขอบอกเลยว่า ใครยังไม่ได้ดูต้องเข้าไปชมกันให้ได้ใน Netflix แล้วเพราะหากไม่ได้ดูจะคุยกับใครไม่รู้เรื่อง


“Racket Boys”ซีรี่ย์ดีมีคติสอนใจ ดูแล้วรักเลย

บทสรุปการรีวิวละครเรื่องนี้ต้องบอกเลยว่าจะต้องซีรี่ย์สุดฮิตต่อไปอักเรื่องทาง Netflix อย่างแน่นอน เชื่อว่าใครที่ชอบหนังแนวกีฬา หรือแนวตลก ดราม่าไม่ควรพลาดชม นอกจากภาพจะดี ยังมีดนตรีประกอบที่ไพเราะโดนใจ อย่างเพลง ‘Will be‘ ที่ร้องโดย The Boyz เป็นเพลงที่เพราะและประทับใจ ให้ความมุ่งมั่นที่จะฟันฝ่าอุปสรรคไปสู่ความสำเร็จให้ได้ ใครที่หมดไฟ ชมเรื่องนี้แล้วอาจจะจุดประกายฝันเพื่อวันสำเร็จได้อีกครั้งก็เป็นได้ เรื่องนี้ขอเชียร์ให้ชมแล้วจะชอบทุกครอบครัว